Search for:
มือใหม่ต้องรู้
มือใหม่ต้องรู้!! หัดขับรถออกต่างจังหวัด ต้องระมัดระวังอย่างไร?

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

เมื่อคุณเพิ่งออกรถคันแรกและเป็นมือใหม่หัดขับ ดังนั้น การศึกษาหรือหาความรู้เกี่ยวกับการเดินทางจากผู้มีประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต้องเปิดประสบการณ์นี้กันทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษกว่าผู้ที่ชำนาญแล้ว ในการเดินทางนี้ จะได้เดินทางราบรื่น ปลอดภัย มีสติและไหวพริบทันสถานการณ์ มาดูกันว่าเรานำเกล็ดความรู้อะไรมานำเสนอบ้าง

ระวังหลับใน

ผู้ที่เป็นมือใหม่ขับรถ อาจจะไม่ชินกับการขับรถทางไกล จนทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และอาจจะทำให้ง่วงนอนได้ ซึ่งหากง่วงนอนระหว่างขับรถหรือที่เราเรียกกันว่าหลับในนั้น อาจจะเกิดขึ้นกับคุณก็ได้ ดังนั้นไม่ควรฝืนหากมีอาการง่วง ให้หาสถานที่ปลอดภัยจอดรถพักผ่อน หรือดื่มน้ำ ทานขนมที่ช่วยกระตุ้นไม่ให้ง่วงนอนได้ หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ให้นอนพักสักตื่น ค่อยเดินทางต่อจะดีที่สุด

ระวังเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

มือใหม่ต้องรู้

การเดินทางไกลแต่ละครั้งควรจะวางแผนการเดินทาง ศึกษาเส้นทางที่จะไป ว่ามีโค้งมากน้อยแค่ไหน รถเยอะมากแค่ไหน ยิ่งต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษสำหรับมือใหม่ หากคุณต้องเดินทางไปยังที่ไม่คุ้นชิน ไม่ควรใช้ความเร็วมากเกินไป เพื่อที่จะได้มองทางได้อย่างถี่ถ้วน ระมัดระวังสิ่งของตัดหน้า หรือรถสวนทางที่แคบ ต้องมีสติให้มากสำหรับการตัดสินใจในการแก้สถานการณ์ที่เจอระหว่างทาง

ระวังรถบรรทุก รถขนาดใหญ่

การขับรถออกต่างจังหวัดไม่ว่าเส้นทางไหน ก็มักจะเจอรถบรรทุก รถขนาดใหญ่อยู่มากมาย โดยเฉพาะนอกเมือง หรือเส้นเลี่ยงเมืองต่าง ๆ ดังนั้นควรมีสติในการขับรถ และรักษาระยะห่าง อย่าขับเข้าไปชิดจนเกินไป หรือถ้าเป็นไปได้ ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้รถบรรทุกเลยจะดีที่สุด ไม่ต้องทำความเร็วมาก เพื่อความปลอดภัย

ระวังทางแยก

ทางแยกเยอะ มือใหม่ก็จะตื่นเต้นนิดนึง เพราะไม่รู้จะตัดสินใจออกรถไปเมื่อไหร่ดี จะระวังทางไหนก่อนดี นี่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับมือใหม่ขับรถ ดังนั้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ตั้งสติให้ดี และตัดสินใจให้ดี หากคุณเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะออกรถได้ ไม่ควรลังเล

มือใหม่ต้องรู้

ระวังสัตว์วิ่งตัดหน้ารถ

หากคุณกำลังอยากเดินทางไปเที่ยวเขา เที่ยวป่า ชมธรรมชาติ สิ่งที่ต้องระมัดระวังอีกเช่นกันนั้นก็คือ สัตว์ที่จะวิ่งตัดหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ ดังนั้นให้สังเกตุป้ายเตือนระหว่างทางว่ามีการเตือนให้ระวังสัตว์หรือไม่ และลดความเร็วทันที มองวิสัยทัศน์รอบข้างให้ทั่วถึง อย่าตื่นตระหนก เบรกกระทันหัน เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้

สำหรับมือใหม่ขับรถการเดินทางไกล ไปเที่ยว หรือขับรถทางไกลอาจเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องฝึกฝนบ่อย ๆ ให้มีความชำนาญและมีความมั่นใจ แต่ก็ต้องไม่ลืมสิ่งที่ควรระวังและตั้งสติ เตรียมความพร้อมทั้งคนและรถก่อนเดินทางทุกครั้ง

แบตเตอรี่รถยนต์
แบตเตอรี่รถยนต์หมด “สำหรับมือใหม่หัดขับ ควรปฏิบัติยังไง” ไปดูข้อมูลนี้

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

สำหรับมือใหม่หัดขับรถยนต์ ที่ยังไม่มีความสามารถในการดูแลรถยนต์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญที่ควรใส่ใจดูแลอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นแบตเตอรี่รถยนต์ ที่นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวที่ต้องหมั่นเช็คดูระดับน้ำ เช็คดูความจุของแบตเตอรี่ว่ามีไฟเพียงพอไหม เก็บไฟอยู่ไหม และทำความสะอาดภายนอกแบตเตอรี่ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ข้อมูลเหล่านี้สำหรับมือใหม่หัดขับก็อาจจะยังไม่รู้วิธีในการตรวจเช็คด้วยตัวเอง และหากว่าวันหนึ่ง แบตเตอรี่รถยนต์หมด แล้วมือใหม่อย่างเราควรปฏิบัติอย่างไร วันนี้เราจะนำข้อมูลเกี่ยวกับ แบตเตอรี่รถยนต์หมด มาเล่าสู่กันฟัง…ลองไปดูข้อมูลนี้

อาการของแบตเตอรี่รถยนต์เวลาไฟหมด จะแสดงอาการเบื้องต้นดังนี้
รีโมทรถยนต์ไม่ทำงาน แตรรถไม่ดัง ระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งระบบใช้งานไม่ได้ อาการเหล่าเป็นการแสดงออกมาให้รู้ว่าแบตเตอรี่หมดแล้ว จนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าใช้ภายในตัวรถยนต์ได้

ต้นเหตุที่อาจทำให้แบตเตอรี่รถยนต์หมดไฟ

  • ลืมเปิดไฟรถทิ้งไว้ ไดซาร์จอาจมาปัญหา หรือไฟรั่วไฟชอร์ต

วิธีแก้ไขเบื้องต้นหากแบตเตอรี่หมด

  • นำแบตเตอรี่ไปชาร์ตไฟ ถ้าแบตเตอรี่ อายุการใช้งาน ไม่นานมาก สามารถถอดไปชาร์จไฟได้ จากนั้น แบตเตอรี่จะสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้เหมือนเดิม แต่อายุการใช้งานอาจจะน้อยลงกว่าปกติ
  • แต่ถ้า แบตเตอรี่รถยนต์ อายุการใช้งานมานานแล้ว หากว่าแบตเตอรี่หมด แนะนำให้เปลี่ยนแบตใหม่ไปเลย “จะปลอดภัยกว่าเลยเชียวล่ะ”

จัมป์แบตเตอรี่ เพื่อใช้งานรถยนต์ชั่วคราว

  • ให้หาแบตเตอรี่ ลูกอื่นมาทำการ จัมป์ช่วยแบตเตอรี่ที่มีปัญหา เมื่อจัมป์สตาร์ทติดแล้ว ให้ขับรถไปให้นานที่สุด เพื่อที่ไดชาร์จของรถจะได้ ทำการชาร์จไฟเข้าไปในตัวแบตเตอรี่ได้เต็มที่ แนะนำว่าให้นำแบตเตอรี่ ที่ใหญ่กว่าลูกที่มีปัญหามาจัมป์ช่วยจะเป็นการดีที่สุด และระวังเรื่องของการจัมป์แบตเตอรี่สลับขั้วด้วยล่ะ

สำหรับมือใหม่หัดขับ หากแบตเตอรี่รถยนต์หมดควรทำอย่างไร

อันดับแรก เมื่อรถสตาร์ทไม่ติด สิ่งแรกที่คุณควรทำคือตั้งสติและเช็คอุปกรณ์ต่าง ๆ ในตัวรถ เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าที่รถสตาร์ทไม่ติดเป็นเพราะแบตเตอรี่รถหรือเป็นที่ระบบอื่น โดยส่วนใหญ่ที่รถสตาร์ทไม่ติดมักเกิดจาก แบตเตอรี่เสื่อม ไดชาร์จเสื่อม มอเตอร์สตาร์ทเสื่อม หรือระบบไฟฟ้าเกิดลัดวงจร โดยให้ลองเช็คอาการเพื่อหาสาเหตุก่อนดังนี้

  • ระบบไดชาร์จมีปัญหา โดยจะมีอาการเครื่องดับเวลาที่วิ่งรถรอบต่ำ ๆ หรือเมื่อลองถอดขั้วแบตเตอรี่ออกสักหนึ่งข้าง ขณะที่รถสตาร์ทอยู่ หากรถดับทันทีหรือมีอาการไฟตก รถกระตุก นั่นหมายความว่าสาเหตุอาจมาจากไดชาร์จเสื่อม ให้เข้าร้านซ่อมเพื่อเปลี่ยนไดชาร์จไปเลยดีกว่า
  • มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา หากเกิดเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติด พ่วงแบตก็แล้ว เปลี่ยนแบตลูกใหม่ก็แล้ว หากยังพบว่ารถสตาร์ทไม่ติดอยู่เหมือนเดิม ให้เตรียมเงินในกระเป๋าให้ดี เพราะเคสนี้อาจต้องใช้รถลาก หรือพึ่งบริการซ่อมนอกสถานที่แน่นอน

หากเป็นอาการแบตเตอรี่เสื่อม จะเห็นว่ารถเก็บไฟไว้ไม่ค่อยได้ ยิ่งถ้ามีการจอดรถข้ามวัน พอกลับมาสตาร์ทรถอีกครั้งก็ไม่ติดแล้ว ในช่วงบิดกุญแจอาจมีเสียงแชะๆ อาการแบบนี้บ่งบอกว่าแบตเตอรี่เสื่อม และไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าไว้ได้นาน มีการรั่วไหลของแบตเตอรี่จนหมดในเวลาสั้น ๆ หากแบตเตอรี่เสื่อมน้อย จอดทิ้งเกิน 7-8 ชั่วโมงขึ้นไปถึงจะเริ่มสตาร์ทยาก ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมมากเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงก็อาจจะมีอาการรถสตาร์ทไม่ติดไปเลย ซึ่งหากตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่า ที่รถสตาร์ทไม่ติดเป็นเพราะแบตเตอรี่เสื่อม วิธีแก้ไขเบื้องต้น คือขอความช่วยเหลือเพื่อพ่วงแบตเตอรี่กับรถคันอื่น โดยใช้สายพ่วงแบตเตอรี่และทำตามขั้นตอนดังนี้

  • หนีบสายสีแดงที่ขั้วบวกของคันที่รถสตาร์ทไม่ติด
  • หนีบสายแดงเข้าที่ขั้วบวกของรถที่มาช่วย
  • หนีบสายสีดำที่ขั้วลบของรถที่มาช่วยเหลือ
  • หนีบสายดำที่ตัวรถคันที่มีปัญหา

เมื่อพ่วงแบตเตอรี่ครบตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ให้เริ่มสตาร์ทรถของคันที่มาช่วยเหลือก่อน แล้วค่อยสตาร์ทคันที่สตาร์ทไม่ติด หากสตาร์ทรถติดแล้วให้ขับรถคันที่มีปัญหานาน ๆหน่อยเพื่อที่ระบบชาร์จไฟในรถจะได้ทำงานผลิตไฟเข้ามาเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ใหมากที่สุด หรือไม่งั้นก็รีบไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่เลยจะเป็นการดีที่สุด หากว่าคุณมีงบอยู่ในกระเป๋าพอที่จะเปลี่ยน

ติดต่อที่ศูนย์รถหรือร้านแบตเตอรี่

สำหรับมือใหม่หัดขับถ้าทำการจัมป์แบตเตอรี่ไม่เป็น หรือไม่มีใครที่พอให้ช่วยเหลือได้เลย แนะนำอีกวิธีง่ายๆ คือติดต่อไปที่ศูนย์บริการที่เราออกรถมาเลยก็ได้ เล่าอาการให้เขาฟังเขาให้บริการเราเป็นอย่างดีแน่นอน อีกทางหนึ่งก็คือหาเบอร์โทรฯ ของร้านแบตเตอรี่ที่เขารับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์นอกสถานที่ โทรฯ ไปเลยวิธีนี้สะดวกดีเช่นกัน ดีไม่ดีราคาแบตเตอรี่อาจจะถูกกว่าที่ศูนย์บริการรถของเราก็เป็นได้

ยูเทิร์น
ยูเทิร์นกลับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

หลายครั้งพบอุบัติเหตุตรงบริเวณจุดกลับรถ ที่อาจเป็นข่าวดังหลายข่าว ที่มีภาพจากคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน ทำให้อาจมีการถกเถียงกันว่าใครผิดใครถูก เพื่อจะช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นตรงทางกลับรถ เราจึงควรทราบถึงการกลับรถที่ถูกต้อง มีข้อควรปฏิบัติมาแนะนำดังนี้

ยูเทิร์น

ขั้นตอนการยูเทิร์นกลับรถ

1. ต้องระวังให้มีระยะห่างจากรถทางตรงจากจุดที่เราจะทำการเลี้ยวไม่น้อยกว่า 100 เมตร หรือมากกว่านั้น ต้องคำนวณความเร็วของรถทางตรงให้แน่ใจว่าเลี้ยวไปแล้วไม่ไปตัดหน้ารถทางตรงซึ่งอันตรายมาก

2. บริเวณทางแยกทางร่วมที่มีสัญญาณไฟจราจรห้ามกลับรถขณะที่ได้รับสัญญาณไฟแดง ต้องรอให้รถทางตรงมีสัญญาณไฟเขียวก่อน การเลี้ยวกลับรถแบบไม่รอสัญญาณไฟเลี้ยวออกไปเลย ทำให้สวนเข้ากับรถทางตรงที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง

3. เมื่อเริ่มต้นการเลี้ยวกลับรถหรือยูเทิร์น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถเราที่กำลังเลี้ยวกลับลำมีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ จากรถทางตรง ระวังคนข้ามถนนที่อาจเดินหรือวิ่งตัดหน้ารถของคุณขณะเลี้ยวกลับลำ เมื่อเห็นว่าถนนว่างโล่งปลอดภัยดีแล้ว ขับโดยเลี้ยวแบบช้าๆ ไม่ต้องใช้คันเร่งเยอะหรือเลี้ยวแบบพรวดพราด

4 อย่าลืมเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวทุกครั้งก่อนที่จะเข้าสู่ช่องทางของรถที่จะยูเทิร์น เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้าไกลๆ แต่ต้องไม่ขับช้าเกินเพื่อไปยังจุดรอเลี้ยวกลับรถเพราะอาจเกิดอันตรายจากรถคันข้างหลังที่กำลังขับตามมา ชนท้าย

5. หยุดรถข้างขอบทาง เมื่อมองเห็นว่าถนนว่างดีไม่มีรถทางตรงเลนขวาหรือเลนซ้ายที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็ว ก็เริ่มต้นการเลี้ยว หมุนพวงมาลัยให้เร็วขึ้นอีกนิดในขณะที่ใช้คันเร่งไม่ต้องมาก เมื่อรถตั้งลำแล้วก็เริ่มกดคันเร่งส่งความเร็วขึ้นไปเลย ห้ามขับช้าเพราะรถ อยู่ในเลนรถเร็วซึ่งอันตรายมาก

6. อัตราการใช้ความเร็วระหว่างการเลี้ยวกลับรถก็มีความสำคัญ หากผิวถนนเปียกลื่นแล้วเลี้ยวกลับรถเร็วๆ อาจทำให้รถหมุนหรือลื่นไถลได้ง่ายๆ

7. เมื่อเลี้ยวกลับลำแล้ว ให้มองช่องทางซ้ายก่อนที่จะเปลี่ยนช่องทางไปด้านซ้ายเพื่อหลบให้รถทางตรงที่วิ่งเร็วมากกว่าแซงผ่านไป เมื่อเลี้ยวกลับรถเสร็จเรียบร้อยก็ต้องระวังรถคันข้างหลัง ไม่ควรขับช้าจนอาจทำให้เกิดอันตรายจากการโดนชนท้าย ควรจะใช้ความเร็วให้เท่ากับรถทางตรงทันที ไม่ใช่ขับช้าเกินเพราะรถทางตรงที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เบรกจนตัวโก่ง

8. ห้ามยูเทิร์นตัดข้ามเส้นทึบสีเหลืองหรือขาว ยิ่งเส้นทึบมีสองเส้นยิ่งอันตรายต้องไปหาจุดอื่นกลับแทน รวมถึงบริเวญที่มีเครื่องหมาย ห้ามยูเทิร์น ก็ไม่ควรฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ

ยูเทิร์น

เมื่อขับรถทางตรงแล้วมีรถรอเลี้ยวกลับรถอยู่เราควรทำอย่างไร

เมื่อขับรถถึงทางที่กลับรถและมีรถจอดรอกลับรถอยู่ ให้คิดไว้เสมอว่า รถอาจวิ่งออกมาได้เสมอ ลดความเร็วลงเล็กน้อยและเตรียมตัวพร้อมทั้งตั้งสติในพื้นที่คับขัน และวางแผนล่วงหน้าว่า หากว่ารถขับออกมาจริงๆ เราจะได้เตรียมเหยียบเบรกได้ทัน ช่วยทำให้เราระวังตัวมากขึ้น ช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น

ไฟท้ายรถบรรทุก
7 เรื่องไฟท้ายรถบรรทุกที่ควรรู้

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

 สวัสขวัญใจสิบล้อทุกท่าน ใกล้วันปีใหม่กันแล้วเพื่อให้การขับรถออกต่างจังหวัดนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น เราอยากชวนทุกคนมารู้จัก สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่มักพบเจอบ่อยๆ เวลาที่ขับรถออกชานเมือง หรือขับรถต่างจังหวัด ในเวลาตอนกลางคืนกัน

ไฟท้ายรถบรรทุก

1.ไฟรถบรรทุกกะพริบซ้าย

เข้าใจดีว่าเมื่อขับรถต่อท้ายรถบรรทุกแล้ว หลายคนก็มักจะอยากแซง เพราะรถบรรทุกส่วนใหญ่ขับช้า ทำให้การเดินทางล่าช้าไปกว่าเดิม ดังนั้นก่อนจะแซงขวา ถ้ารถบรรทุกเปิดไฟท้ายรถบรรทุกที่เป็นกะพริบซ้าย ให้รู้ไว้เลยว่า คุณสามารถแซงขวาได้เลย เพราะข้างหน้าไม่มีรถสวนมาสักคัน

2.ฟรถบรรทุกกะพริบขวา

ด้วยความที่รถบรรทุกขนสินค้ามีสัมภาระหนัก เลยทำให้ไม่สามารถขับในความเร็วเท่ากับรถของคุณได้ หากคุณกำลังจะแซงขวา แต่จู่ๆ รถบรรทุกก็เปิดไฟท้ายรถกะพริบขวา นี่เป็นสัญญาณไฟรถบรรทุกที่บอกว่า อย่าเพิ่งแซงมาเด็ดขาด เพราะทางข้างหน้ามีรถสวนมา ซึ่งจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่รถของคุณได้

3.ไฟท้ายรถบรรทุกกะพริบซ้ายสลับขวา

หากคุณกำลังจะแซง แล้วรถบรรทุกหรือรถสิบล้อเปิดไฟกะพริบซ้ายและขวาสลับกัน นั่นคือเค้ากำลังบอกคุณว่า “ฉันกำลังจะเบรค อย่าแซงนะ!” เมื่อคุณเจอสัญญาณไฟท้ายแบบนี้ควรรีบชะลอความเร็ว และรีบเหยียบเบรครถยนต์ ไม่อย่างนั้นได้รถชนท้ายกันแน่นอน

4.รถบรรทุกเปิดไฟสูงให้ตอนขับแซง

เมื่อได้จังหวะที่ขับแซงรถบรรทุก แล้วรถบรรทุกเปิดไฟสูงให้คุณ อย่าเพิ่งก่นด่าในหัวว่าจะเปิดทำไม เพราะนี่เป็นการส่งสัญญาณไฟรถบรรทุกให้คุณรู้ว่า คุณได้แซงพ้นแล้ว อีกทั้งยังช่วยเป็นไฟส่องทางให้กับคุณด้วย ซึ่งเมื่อแซงพ้นแล้ว รถบรรทุกจะปิดไฟสูง คุณก็สามารถเร่งความเร็วต่อได้เลย

5.รถบรรทุกกะพริบไฟใส่ตอนขับรถสวน

ขณะขับรถทางไกลในตอนกลางคืนมาด้วยความเร็วคงที่ แต่แล้วจู่ๆ รถบรรทุกคันที่สวนมาในเลนตรงข้าม ดันกะพริบไฟรถขึ้นมาเสียอย่างนั้น อย่าเพิ่งไปด่าเค้านะครับ ที่ทำแบบนั้นเพราะ คนขับรถบรรทุกต้องการตรวจสอบว่า “คุณง่วงไหม ขับรถหลับในหรือเปล่า” เป็นการดึงสติให้คุณตื่นตัวขึ้น อย่าลืมตอบกลับด้วยการกะพริบไฟคืน 1 ครั้ง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนขับรถบรรทุกจะเป็นห่วงเก้อ

6.รถบรรทุกดับไฟหน้าและเปิดไฟขึ้น

ถ้าขับรถอยู่เพลินๆ แล้วรถบรรทุกที่สวนมา ดันดับไฟหน้าและเปิดไฟขึ้นมา นี่เป็นสัญญาณไฟรถบรรทุกที่บอกให้คุณรู้ว่า “ข้างหน้ามีอุบัติเหตุรถชนหรือมีด่าน” ให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี และคุณเองก็จะได้ชะลอความเร็วลงก่อนขับรถไปถึงด้วย

7.กะพริบไฟตอนจะกลับรถ

เมื่อคุณเปิดไฟเลี้ยวเพื่อกำลังจะกลับรถ แต่รถบรรทุกที่ขับมาทางตรงมา ส่งสัญญาณไฟรถบรรทุกด้วยการกะพริบเตือน ให้คุณสังเกตดีๆ เลยว่า “กะพริบสัญญาณไฟกี่ครั้ง” ถ้ากะพริบ 1 ครั้งหมายถึง กลับรถได้เลยไม่ต้องรอ แต่ถ้ากะพริบ 2 ครั้งหมายถึง อย่าเพิ่งกลับรถ เพราะรถบรรทุกคันนั้นขับมาด้วยความเร็วสูง

ทางหลวง
ขับรถบนทางด่วนและทางหลวงอย่างไรให้ปลอดภัย

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

นับถอยอีกไม่กี่วัน ก็จะได้หยุดเทศกาลปีใหม่ กันแล้ว คนก็เริ่มเดินทางออกเดินไปทางไปเที่ยวกัน ยิ่งทางหลวงขึ้นไปเหนือลงใต้รถจะเยอะเป็นพิเศษในช่วงหน้าเทศกาล

วันนี้เราเอาคำเตือนจาก คุณฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เตือนว่า ทางด่วน ทางหลวง เป็นเส้นทางที่เสียงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทำให้มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตได้มากกว่าเส้นทางปกติ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต และรถควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำดังนี้ เมื่อจะเข้าเส้นทางร่วมทางหลัก ควรให้สัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อน และให้รถที่ขับทางตรงไปก่อน พร้อมมองให้รอบด้านจนช่องทางขวาของผู้ขับขี่ไม่มีรถ ค่อยเปลี่ยนช่องทาง ไม่หยุดรถบริเวณสุดเส้นทางของช่องจราจร ไม่ขับแทรกเข้าไปในเส้นทางที่มีรถวิ่งมาอย่างต่อเนื่อง

ทางหลวง

*ไม่ขับรถริมไหล่ทางคู่ขนานไปกับรถคันอื่น เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้

และถ้าเข้าช่องทางได้แล้ว ให้ขับรถในช่องซ้าย ถ้าจะขับช่องขวา ต้องรอเร่งจนความเร็วให้เหมาะสมก่อน ถึงค่อยเปลี่ยนเลน เพื่อไม่ให้รถที่ใช้ความเร็วในเลนขวามาชนท้ายรถเราได้ และ ผู้ที่ขับขี่ในทางหลวงทางพิเศษ ต้องมองเส้นทางข้างหน้าในระยะไกล หากมีรถข้างหน้าขอสัญญาณเข้าทางหลักต้องชะลอความเร็วลง ไม่ไปเร่งแข่งกับรถที่กำลังจะเข้าเส้นทาง และถ้าเลนขวาว่างก็ควรเปลี่ยนเลน เพื่อให้รถที่ขอเข้าทาง เข้าทางได้สะดวกและปลอดภัย และการขับรถต้องมองเส้นทางที่เราขับ และควรมองกระจกข้าง กระจกมองหลัง อยู่เป็นระยะๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ ที่จะเกิดล่วงหน้าได้ จะได้ควบคุมรถและตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี และควรรักษาระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าทางปกติที่เราขับประมาณ 2 – 3 เท่า เพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราจะได้แก้ไขได้ทัน และการใช้ช่องจราจรเราควรขับอยู่กึ่งกลางของช่องจราจร ห้ามขับคร่อมช่องจราจร ในกรณีที่มีช่องจราจร 2 ช่อง

ควรขับอยู่เลนซ้ายเสมอ เลนขวาไว้สำหรับต้องการที่จะแซงรถ หากเป็นถนนที่มีมากกว่าสองช่อง ควรขับชิดซ้าย และระวังในการใช้ช่องจราจรที่สอง เพราะเป็นช่องที่รถบรรทุกใช้แซง การเปลี่ยนช่องทาง ไม่เปลี่ยนช่องทางไปมาโดยไม่จำเป็น เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากเปลี่ยนช่องทางควรให้สัญญาณไฟล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 60 เมตร พร้อมมองกระจกหลังและกระจกข้างให้รอบคอบทุกครั้ง รอจนด้านหลังไม่มีรถหรือรถอยู่ไกล ค่อยเปลี่ยนช่องทาง

ทางด่วน
เพราะเหตุใด “มอเตอร์ไซค์” จึงห้ามขึ้นทางด่วน?

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

สาเหตุที่มอเตอร์ไซค์ถูกกำหนดให้ไม่สามารถใช้ทางด่วนและทางพิเศษได้นั้น เหตุผลหลักก็เนื่องมาจากความปลอดภัยของผู้ขี่มอเตอร์ไซค์เอง เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ที่นิยมใช้กันส่วนมากติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 150 ซีซี) จึงไม่สามารถทำความเร็วสูงได้เช่นเดียวกับรถเก๋ง เพราะในทางปฏิบัติรถยนต์อาจต้องทำความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็นต้องเร่งแซง การนำมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางด่วนจึงอาจเป็นอันตรายได้

ส่วนมอเตอร์ไซค์ประเภทบิ๊กไบค์ที่มีพละกำลังสูง แม้ว่าบางคันจะสามารถทำความเร็วได้มากกว่ารถเก๋ง แต่ด้วยลักษณะทางกายภาพของมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีโครงสร้างห่อหุ้มร่างกายของผู้ขับขี่แบบรถเก๋ง หากประสบอุบัติเหตุจนรถล้ม ผู้ขับขี่อาจได้รับอันตรายซ้ำจากรถคันอื่นที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงได้

นอกจากนี้ ทางพิเศษถูกกำหนดไม่ให้รถจักรยานยนต์ใช้เส้นทางพิเศษได้ ผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไปจึงไม่ได้ระมัดระวังรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเล็ก หากมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝืนใช้ทางพิเศษ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าทางปกติ

ด้วยสาเหตุเหล่านี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 139 ในระเบียบเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2524 จึงห้ามมิให้รถจักรยานยนต์วิ่งในทางพิเศษ ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย จะต้องถูกระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

หากกล่าวโดยสรุปแล้ว สาเหตุที่ห้ามมอเตอร์ไซค์ใช้ทางพิเศษ ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เอง และผู้ใช้ทางพิเศษอื่นๆ ด้วยนั่นเอง

สอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์
สอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ ครั้งแรก มีขั้นตอนอะไรบ้าง 2565

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

สำหรับผู้ที่ไม่มีเคยสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ และตั้งใจว่าจะสอบใบขับขี่เป็นครั้งแรก คงมีข้อสงสัยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ทำยากหรือเปล่า ซี่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร โดยมีกฎเกณฑ์และขั้นตอนดังต่อไปนี้

อายุของผู้ที่จะทำใบขับขี่

  • อายุระหว่าง 15 – 18 ปี สามารถทำใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลได้ แต่ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี
  • อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถทำใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลชั่วคราวได้ในรถทุกรูปแบบ
  • อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป สามารถทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะได้

เอกสารที่ใช้

1.บัตรประชาชนตัวจริง
2.ใบรับรองแพทย์
3.ถ้ามีการจองคิวออนไลน์ ให้บันทึกหน้าจอเพื่อเป็นหลักฐานไว้ด้วย
4.ถ้าเป็นชาวต่างชาติให้ใช้เป็นหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตแทนบัตรประชาชนได้

เอกสารที่ใช้

การสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้เวลา 2 วัน แบ่งเป็นสอบทฤษฏีและสอบภาคปฏิบัติ

ขั้นตอนสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์

1.เพื่อความสะดวกแนะนำให้จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ ล่วงหน้า (อ่านวิธีจองคิวออนไลน์)
2.เดินทางไปที่สำนักงานขนส่งตามวันนัด และแสดงเอกสารการจองคิวแก่เจ้าหน้าที่
3.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ได้แก่

  • ทดสอบตาบอดสี (เขียว เหลือง แดง)
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฎิกิริยาเท้า โดยการเหยียบเบรกหลังเห็นไฟสัญญาณ

4.อบรมใบขับขี่ประมาณ 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้าและบ่าย
5.สอบทฤษฏีผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 50 ข้อ ต้องถูกอย่างน้อย 45 ข้อ หรือ 90%
6.ในวันที่ 2 สอบภาคปฏิบัติ แบ่งออกเป็น 5 ท่า
ท่าที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์โดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
ท่าที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ ทรงตัวบนทางแคบ ทรงตัวไว้โดยไม่ให้เท้าแตะพื้นประมาณ 10 วินาที
ท่าที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซกเข้าโค้งแคบ รูปตัว Z ห้ามชนกรวยล้ม
ท่าที่ 4 ขับรถจักรยานยนต์เข้าโค้ง รูปตัว S ห้ามชนกรวยล้ม
ท่าที่ 5 ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง

ค่าใช้จ่าย

105 บาท (ค่าใบขับขี่ 100 บาท + ค่าคำขอ​ 5 บาท)

เทคนิคการเข้าโค้ง
4 เทคนิคการเข้าโค้งมอเตร์ไซค์ ถูกต้องและปลอดภัย ไบค์เกอร์ตัวจริงต้องรู้ !

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

การขี่มอเตอร์ไซค์จำเป็นต้องมีทักษะและความชำนาญ เพื่อความปลอดภัยและความสนุกสนานในการขับขี่ให้เร้าใจยิ่งขึ้น ดังนั้น ไบค์เกอร์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือเก๋าหรือมือใหม่ก็ควรศึกษาเทคนิคการขับขี่ให้เข้าใจเสียก่อน โดยเฉพาะเทคนิคการเข้าโค้งมอเตอร์ไซค์ เพราะถือว่าเป็นเรื่องเบสิกที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่เวลาเข้าโค้งมอเตอร์ไซค์ขณะขับขี่จะได้ทำถูกวิธีและปลอดภัยทั้งต่อไบค์เกอร์เองและผู้ใช้ถนนด้วย วันนี้เราจึงมีเทคนิคการเข้าโค้งมอเตอร์ไซค์ มาฝากชาวไบค์เกอร์ จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกัน

เทคนิคการเข้าโค้ง

ท่าที่ถูกต้องสำหรับการเข้าโค้ง

การเข้าโค้งหรือการเลี้ยว ที่ถูกต้องและปลอดภัยนั้น นอกจากเรื่องวิสัยทัศน์แล้วการจัดระเบียบร่างกายให้อยู่ในท่าที่ถูกต้องก็สำคัญมากๆ เช่นกัน หลักๆ คือต้องให้ตัวชิด ชิดกับถังน้ำมัน เพื่อรวมน้ำหนักให้อยู่ในจุดเดียว เริ่มตั้งแต่เท้า เข่า ข้อศอกไปจนถึงลำตัวที่ต้องชิดกับถังน้ำมันเช่นกัน แต่ทุกส่วนก็ไม่ควรเกร็งจนเกินไปโดยเฉพาะไหล่กับสะโพกสามารถปล่อยตามธรรมชาติเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของรถได้เลย ส่วนมือทั้งสองข้างก็ควรจับที่กลางปลอกแฮนด์และไม่ควรหักข้อมือขณะเข้าโค้งเพราะจะเป็นการฝืนท่าทางของการขับขี่

ประเภทของการเข้าโค้ง

เราเชื่อว่าหลายคนต่อให้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าโค้งทุกวันก็อาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วการเข้าโค้งนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามท่านั่งของไบค์เกอร์ ซึ่งแต่ละประเภทก็เหมาะสมกับทางโค้งลักษณะที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • Lean-out เป็นการเข้าโค้งที่ไบค์เกอร์ต้องเอียงตัวไปฝั่งตรงข้ามกับรถเพื่อถ่วงน้ำหนัก โดยตัวรถมอเตอร์ไซค์จะเอียงไปที่ด้านในของโค้ง ส่วนไบเกอร์จะต้องถ่วงน้ำหนักตัวไปทางด้านนอกของโค้งเหมาะกับทางโค้ง เหมาะกับโค้งความเร็วต่ำและต้องการวงเลี้ยวที่แคบ
  • Lean-with ไบค์เกอร์ต้องเอียงตัวแนบไปกับรถมอเตอร์ไซค์ในองศาที่เท่ากัน เท้าทั้งสองข้างวางอยู่ที่พักเท้า หัวเข่าแนบชิดกับถังน้ำมัน ศีรษะตั้งตรงตามธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุล เป็นการเข้าโค้งที่ควบคุมรถมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายที่สุดและปลอดภัยมากที่สุด เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
  • Lean-in ไบค์เกอร์ต้องเอียงตัวไปด้านในของโค้งในองศาที่มากกว่ารถมอเตอร์ไซค์เล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็วสูงและต้องเข้าโค้ง ซึ่งการเอียงตัวไปด้านในโค้งแบบ Lean-in จะช่วยถ่วงน้ำหนักและทำให้มอเตอร์ไซค์สามารถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น มีความปลอดภัยมากขึ้น
  • Hang-on หรือการเข้าโค้งแบบโหนรถ วิธีนี้ไบค์เกอร์ต้องถ่วงน้ำหนักตัวไปด้านในโค้งเยอะๆ เหมือนกำลังโหนรถมอเตอร์ไซค์อยู่ก็ว่าได้ มักพบในสนามแข่งที่ต้องใช้ความเร็วในการเข้าโค้ง ซึ่งการเข้าโค้งแบบนี้เหมาะสำหรับใช้ในสนามที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมรอบข้างได้ อีกทั้งตัวพื้นผิวถนนบริเวณโค้งจะต้องรองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเช่นกัน จึงไม่เหมาะกับการขับขี่ทั่วไปหรือไบค์เกอร์มือใหม่

สิ่งที่ต้องสังเกตขณะเข้าโค้ง

ก่อนเข้าโค้งทุกครั้งไบค์เกอร์ต้องประเมินทางโค้งด้วยการกะ คาดคะเนด้วยสายตาว่าทางโค้งข้างหน้ามีลักษณะแบบไหนและปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าโค้ง การควบคุมรถมอเตอร์ไซค์และความเร็วในการขับขี่ให้เหมาะสม รวมทั้งสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่ามีอะไรเป็นอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางหรือไม่ เช่น สัญญาณไฟจราจร ทางแยก หลุมบ่อบนถนน รถที่สวนมา ฯลฯ เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้ทันท่วงที อีกทั้งช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้


หวังว่าเทคนิคเบื้องต้นที่เรานำมาฝากวันนี้จะช่วยให้ไบค์เกอร์มือใหม่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในทุกๆ ทางโค้ง และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเทคนิคใดๆ ก็คือการเคารพกฎจราจรนั่นเอง

หวังว่าเทคนิคเบื้องต้นที่เรานำมาฝากวันนี้จะช่วยให้ไบค์เกอร์มือใหม่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในทุกๆ ทางโค้ง และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเทคนิคใดๆ ก็คือการเคารพกฎจราจรนั่นเอง แต่ถ้าอยากเทิร์นโปรเร็วๆ ก็สามารถเรียนรู้เทคนิคการขี่มอเตอร์ไซค์ให้ปลอดภัยและถูกวิธีกับมืออาชีพได้

ทำใบขับขี่ใหม่
ทำใบขับขี่ใหม่ 2565 ทำอย่างไร อบรมออนไลน์ได้หรือไม่

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ผู้ที่จะสามารถทำใบขับขี่รถยนต์ได้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งขั้นตอนการทำใบขับขี่ใหม่ สำหรับผู้ที่เพิ่งทำครั้งแรกมีขั้นตอนดังนี้

1. จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์

สามารถจองคิวได้ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ gecc.dlt.go.th เพื่อความสะดวก รวดเร็วในการทำใบขับขี่ หลังจากนั้นให้คุณบันทึกหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้แสดงกับเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานขนส่ง

2. เตรียมเอกสารที่ต้องใช้

  • บัตรประชาชนฉบับจริง
  • ใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 1 เดือน

3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

  • ทดสอบการมองเห็นสี (เขียว เหลือง แดง)
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฎิกิริยาเท้า โดยการเหยียบเบรกหลังเห็นไฟสัญญาณ

4. อบรม

  • การอบรมเพื่อทำใบขับขี่สำหรับผู้ที่ทำครั้งแรก ต้องไปอบรมที่สำนักงานเท่านั้น ไม่สามารถอบรมออนไลน์ได้
  • ระยะเวลาในการอบรมทำใบขับขี่ใหม่ จะใช้เวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้า (9.30 – 12.00 น.) และช่วงบ่าย (13.00 – 15.30 น.)

5. สอบข้อเขียน

  • สอบข้อเขียนด้วยคอมพิวเตอร์ ผ่านระบบ Electronic Examination (E-exam)
  • ข้อสอบมีจำนวน 50 ข้อ จะต้องตอบให้ถูกอย่างน้อย 90% หรือ 45 ข้อ หากไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องมาสอบใหม่ในวันถัดไป หรือไม่เกิน 90 วันหลังอบรม

6. สอบปฏิบัติ ทดสอบขับรถ

การสอบปฏิบัติจะต้องนัดหมายในวันอื่น ซึ่งขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถยนต์ภาคปฏิบัติ มีด้วยกัน 3 ท่าดังนี้

  • ท่าเดินหน้าและถอยหลัง
  • ท่าจอดรถเทียบทางเท้า
  • ท่าขับรถถอยเข้าซอง

7. ชำระเงิน / ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่

  • ค่าทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท
  • ค่าคำขอ 5 บาท
ปีนฟุตบาท
เทคนิคง่ายๆ ใน การเลี้ยวรถ ซอยแคบไม่ให้ปีนฟุตบาท

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ปัญหา การเลี้ยวรถ แล้วปีนฟุตบาท ของหลายๆคนที่ไม่ว่าจะเป็น มือใหม่หัดขับ หรือ มือเก่าขับเก่ง ก็มักจะเจอะเจอกันได้แบบไม่ตั้งใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีทริกเล็กๆที่สามารถจะไปฝึกใช้กันได้ แค่ลองกลับไปที่เรื่องการเลี้ยว

อย่างแรกลองจินตนาการ ว่าเรากำลังเดินอยู่ในซอกตึก เราจะเลี้ยวได้ ไม่ชนตึก เราจะต้องเดินไปใหพ้นกำแพงตึกก่อน แล้วค่อยหันหน้าไปทางขวา เพื่อเดินเลี้ยวไปทางขวา เราถึงจะไม่ชนตึก โดยรถก็เหมือนกัน ใช้หลักการเดียวกันกับที่เราเดิน คิดว่าถ้าเราแปลงร่างเป็นรถ ให้ขาเราล้อหน้าของรถ เวลาจะเลี้ยวแล้วพ้น แปลว่าล้อหน้า (ขาเราต้องพ้นมุมตึก) แล้วมันจะไม่ไปเบียดกำแพงตึกด้านขวา กรณีเลี้ยวขวา

ปีนฟุตบาท

ซึ่งเวลาเราขับรถ ด้วยความที่สายตามองไกลไปข้างหน้า เราเห็นทางข้างหน้าว่าเป็นทางโค้ง ทางเลี้ยว สมองมันจะสั่งการเราอัตโนมัติตามภาพที่เราเห็น ทำให้เราหมุนพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ เพื่อจะเลี้ยว พอหน้ารถมันยังไม่พ้นมุมตึก หรือ ขอบฟุตบาท มันจึงทำให้ข้างรถไปเบียดหรือ ล้อปีนฟุตบาท อาการอย่างนี้เรียกว่าเลี้ยวเร็วไป

ดังนั้นจังหวะที่จะเลี้ยวคือ เมื่อล้อรถถึงมุมฟุตบาท มุมตึก อาจจะมุมโค้ง แล้วค่อยหมุนพวงมาลัยเลี้ยว ไม่ต้องกลัวว่าจะเลี้ยวไม่ทัน แหกโค้ง เพราะสิ่งที่สอนเสมอเวลาเข้าโค้งต้องลดความเร็ว กรณีนี้ขับในซอยด้วย ยังไงก็ไม่ควรใช้ความเร็ว ไม่ต้องรีบ รอจังหวะที่ถูกที่ควรค่อยหมุนพวงมาลัยเลี้ยว

ปีนฟุตบาท

แล้วหลายคนเป็นที่หมุนพวงมาลัยเร็ว โดยเฉพาะมือใหม่ เนื่องจากเห็นทางข้างหน้าเป็นทางโค้ง สมองมันสั่งการเร็ว เลยรู้สึงว่าต้องทำทุกอย่างให้เร็วตามไปกันหมด อาการนี้เรียกว่า “รน” สุดท้ายก็จะปืนฟุตบาท
หากเป็นแบบนี้ เสริมอีกนิดที่พอช่วยได้ กรณีเลี้ยวขวา อาจจะขับรถให้ชิดซ้ายให้มากหน่อยก่อนที่จะเลี้ยวขวา เพราะเป็นการตีวงกว้าง ขณะที่เรากำลังจะเลี้ยวขวา ซึ่งจะช่วยให้ด้านข้างรถปลอดภัยจากการครูด