Search for:
วิธีขับมอเตอร์ไซค์
วิธีขับมอเตอร์ไซค์ มือใหม่หัดขับ ง่าย ๆ

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

วิธีขับมอเตอร์ไซค์ ใส่กุญแจ กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (วิธีปิด บิดสวิทส์กุญแจไปที่ตำแหน่ง off) มือจับที่กลางแฮน ให้แน่น ข้อมืออยู่แนวเดียวกับแขน แขนเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เข่าไม่กาง หนีบพอดีๆ เท้าวางที่พักเท้า ชี้ไปด้านหน้าวางอยู่บนคันเกียร์ กับแป้นเบรค สายตามองตรง มองเป็นมุมกว้างที่สุด นั่งที่เบาะ ขาข้างนึงวางที่พักเท้า อีกข้าง พยุงไว้บนพื้น สตาร์ทเครื่องยนต์ มือซ้ายบิดคันคลัทช์ มาทางด้านหลังจนสุด ใช้เท้าขยับไปเพื่อปรับเป็นเกียร์ 1 ก่อนออกรถหันมองงรถด้านหลังผ่านไหล่ว่ามีรถอื่นวิ่งมาไหม เปิดไฟเลี้ยว น้ำหนัตัวไปที่เท้าซ้าย ส่วนเท้าขวาวางไว้คันเบรคด้านหลัง บิดคันเร่งอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆปล่อยคันคลัทช์ ช้าๆ มือยังจับคันครัชอยู่เพื่อความปลอดภัย ปิดไฟเลี้ยวเมื่อออกตัวระยะนึงแล้ว เมื่ออกตัวแล้ว และถนนโล่ง ค่อยๆบิดคันเร่งเพิ่ม ปล่อยคันคลัทช์ จนสุด

ขั้นตอนการหยุดรถมอไซด์ ให้เช็คโดยดูกระจกด้านซ้าย ว่าไม่มีรถตามหลังมา แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อเป็นสัญญาณจะเข้าทางซ้ายเพื่อจอด มองไปด้านหลังซ้ายว่าไม่มีรถหรือคน ตามหลังมาค่อยขับไปทางซ้าย แล้วค่อยๆขับไปทางด้านซ้าย แล้วค่อยๆผ่อนคันเร่ง เบรคมือจนสุด และเบรคเท้าเบาๆ และบีบคลัทช์ จนสุด เปลี่ยนเกียร์ ไปที่เกียร์ 1 หรือเกียร์ว่าง

การเปลี่ยนเกียร์ต้องค่อยๆเปลี่ยน เพื่อไม่ให้กระตุก หรือเร็วเกินไป เบาคันเร่ง แล้วบีบคัรชจนสุดแล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์โดยใช้ปลายเท้าซ้าย งัดเบรค ปล่อยคันครัช และ ค่อยๆเร่งเครื่องยนต์

วิธีขับมอเตอร์ไซค์

มีเทคนิคที่บางคนไม่ทราบ คือคันเร่งช่วยควบคุมรถได้ เรื่องนี้ต้องสำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ระดับนึงจะทราบ เป็นเรื่องยากในการอธิบายให้เข้าใจ ขึ้นอยู่กับสภาพถนนกับสภาพอากาศขณะนั้นด้วย

การเลี้ยวให้เปิดไฟเลี้ยว ค่อยกระตุกแฮนด์เล็กน้อยไปด้านตรงข้ามที่จะเลี้ยว เพื่อให้รถมอเตอร์ไซด์เอียงไปทิศที่คุณต้องการ ใช้การทรงตัวและความสมดุล ปล่อยตัวเอียงไปตามรถ ไม่ต้องเกร็ง

ก่อนการขับขี่ลงบนท้องถนนควรฝึกขับขี่ให้คล่อง และศึกษากฎจราจร และมีใบขับขี่ก่อน ถ้าท่านไหนขับไม่คล่อง ขับไม่เป็นไม่เคยขับยังไม่กล้าขับสามารถ ติดต่อที่ สอนขับรถศรีสะเกษ ของเราได้ ทางเรามีครูมืออาชีพช่วยในการฝึกฝนหัดขับ มีสนามและรถจักรยานยนพร้อมให้ลองขับ

มือใหม่หัดถอย 1
มือใหม่หัดถอย วิธีขับถอยหลังจอดแบบขนาน ง่ายและปลอดภัย

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

นักขับมือใหม่กับการขับถอยหลังเพื่อจอด จะถอยตรงๆ หรือถอยแบบเบี่ยงเพื่อจอดแบบขนาน สำหรับคนที่เพิ่งจะขับรถเป็นใหม่ๆ การขับถอยหลังมักจะสร้างความตื่นเต้น หวาดระแวง หรือไม่ก็เกร็งจนถอยไม่เป็นทิศเป็นทาง มือใหม่มักใช้พวงมาลัยขยับไปมาเยอะเกินไปจนรถเบี่ยงเบนออกจากทิศทางที่ต้องการ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกับสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหลัง ร้ายแรงกว่านั้นก็ถอยไปทับสิ่งมีชีวิตเข้า ไม่ว่าจะเป็นหมาแมวหรือเด็กเล็ก โดยเฉพาะรถที่ไม่มีกล้องถอยอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆ

ขณะที่ต้องขับรถถอยหลัง ไม่ว่าจะถอยเข้าที่จอดรถ หรือถอยออกจากซอยคับแคบ นอกจากจะมองจอภาพจากกล้องแสดงภาพด้านหลังแล้ว ควรหันศีรษะไปมองสลับทั้งด้านหลังและด้านข้าง เมื่อหันศีรษะไปด้านหลังเพื่อมองและเริ่มต้นการถอย การจับหรือหมุนพวงมาลัยที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าอาจทำให้ทิศทางของการถอยเบี่ยงเบนออกจากทิศทางที่ต้องการ การจับพวงมาลัยในขณะที่ขับถอยหลังให้เลื่อนมือมาจับในตำแหน่ง 10 หรือ 11 นาฬิกา โดยมือขวาจับอยู่เกือบจะตรงกลางเกือบจะกึ่งกลางวงพวงมาลัย

การหมุนพวงมาลัยในขณะที่ขับถอยหลังจะแตกต่างจากการหมุนพวงมาลัยขณะขับไปข้างหน้า โดยเฉพาะมือใหม่ที่ไม่ค่อยจะคุ้นชินกับระยะและการจับพวงมาลัยให้ถูกต้อง การหัดจับพวงมาลัยด้วยมือขวาข้างเดียว เมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดความเคยชิน ทำให้ใช้พวงมาลัยหมุนเปลี่ยนทิศทางขณะถอยหลังได้ดั่งใจ แต่การจับพวงมาลัยเมื่อขับถอยหลังแบบไหนก็มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้ให้ถูกต้องกับสภาพแวดล้อม ไม่ควรหมุนพวงมาลัยเล่นขณะที่รถอยู่กับที่เพราะชุดแรคกับมอเตอร์หรือปั๊มพาวเวอร์ที่คอยผ่อนแรงหมุนจะต้องทำงานหนักกว่าหมุนพวงมาลัยในขณะที่รถเคลื่อนที่

มือใหม่หัดถอย

สำรวจพื้นที่ก่อนถอย ดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรกีดขวางทางที่จะถอยแล้วค่อยๆ ขับถอยหลังช้าๆ หากถอยบนทางราบ ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้คันเร่ง เมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง R หรือเกียร์ถอย ก่อนที่จะเริ่มต้นการขับถอยหลัง ต้องสังเกตการณ์ให้รอบคอบก่อน ถ้ามีกล้องถอย ก็มองให้ดีๆ ว่ามีอะไรที่เข้ามากีดขวางการขับถอยหลังของคุณหรือไม่ ค่อยๆ คลายน้ำหนักเท้าออกจากแป้นเบรกเล็กน้อย รถก็จะเลื่อนถอยหลังอย่างช้าๆ ใช้พวงมาลัยแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หมุนล่วงหน้าเยอะจนรถเบี่ยงเบนจากทิศทางที่ต้องการ มองให้ขาดว่าขณะที่ถอยไม่มีเด็กหรือหมาแมวอยู่แถวนั้น เกียร์ถอยนั้นมีอัตราทดจัดจ้านที่คล้ายกับเกียร์ออกตัวหรือเกียร์หนึ่ง เมื่อใช้คันเร่งมากจนเกินไปรวมถึงการหมุนพวงมาลัยที่ไม่ชำนาญอาจทำให้ล้อราคาแพงหรือยางสปอร์ตแก้มเตี้ยเสียหายได้จากการหมุนพวงมาลัยผิดทิศจนเบียดกับฟุตปาท หรือไม่ก็พรวดจนเสยกับรถคันหลังจนท้ายแหกแล้วยังไปทำให้หน้าเค้ายับอีกด้วย

มือใหม่หัดถอย

การถอยหลังเข้าจอดขนานกับขอบฟุตปาท จะยากกว่าเดินหน้าหรือถอยหลังตรงๆ เพื่อเข้าจอด มือใหม่ต้องกะระยะให้ดีๆ ต้องเผื่อให้มีช่องว่างเท่ากับความยาวของรถที่ขับแล้วบวกเพิ่มอีก 3 เมตร จำง่ายๆ ก็คือ ใช้พื้นที่หนึ่งเท่าครึ่งของการขับเข้าไปจอด เมื่อจอดแล้วต้องไม่ให้ส่วนหน้าหรือท้ายใกล้กับรถคันอื่นมากจนเค้าออกไม่ได้ กระจกมองข้าง กระจกมองหลัง เป็นจุดที่จะต้องมองสลับพร้อมๆ กับถอยช้าๆ เข้าไว้ ฝึกถอยขนานจอดชิดฟุตปาท โดยมีช่องว่างและรถที่จอดทั้งหน้าและหลังบ่อยๆ ก็จะถอยได้ดีขึ้น

ขับเทียบกับคันข้างๆ โดยค่อยๆ ขยับขึ้นหน้าให้กันชนหลังทั้งสองคันเสมอกัน ถ้าขับขึ้นไปเทียบแล้วยังมีระยะห่างจากรถคันที่จะเข้าจอดต่อท้ายมากเกินไป นอกจากจะเกะกะขวางทางรถคันอื่นแล้วยังทำให้จอดยากอีกต่างหาก ไม่ต้องกลัวการเบียดกับรถคันที่จอดอยู่แล้ว ยิ่งกลัวเท่าไรก็จะยิ่งผิดพลาดมากเท่านั้น ถอยหลังช้าๆ ขณะเดียวกันก็หมุนพวงมาลัยมาทางซ้าย รถจะตีวงเลี้ยวจนกว่ารถของคุณจะทำมุมกับขอบถนนประมาณ 45 องศา หรือเล็งให้ท้ายรถของคุณไปที่จุดกึ่งกลางของที่ว่างนั้น เมื่อกระจกมองข้างด้านซ้ายของคุณตรงกับกันชนหลังของรถคันที่จอด ก็คืนพวงมาลัยให้ล้อตั้งตรง แล้วถอยหลังต่อไปช้าๆ ด้วยการค่อยๆ คลายน้ำหนักเท้าออกจากแป้นเบรกอย่างนิ่มนวล

ถอยต่อไปเรื่อยๆ และให้ช้าเข้าไว้ จนกระทั่งกันชนหน้าของรถคุณมาอยู่ในระดับที่เสมอกันกับกันชนหลังของคันที่คุณจะจอดต่อท้าย ให้หมุนพวงมาลัยไปทางขวาขณะที่ใช้ความเร็วต่ำ โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คันเร่งหากเป็นทางราบเรียบ เมื่อล้อซ้ายเกือบจะชิดกับฟุตปาทหรือขอบถนน ก่อนที่จะหยุดรถให้หมุนพวงมาลัยคืนมาทางซ้ายให้มากที่สุดจนถึงจุดล็อก เพื่อความสะดวกในการปรับระดับแนวตรงเมื่อจะขับเดินหน้า

ขับเดินหน้าช้าๆ มือจับพวงมาลัยเอาไว้เฉยๆ หรือหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายเพิ่มเติมหากหมุนเอาไว้ไม่พอ รถจะตีวงไปทางซ้ายเอง ปรับแนวของรถให้ตรง รวมถึงระยะห่างระหว่างรถคันหน้าและคันหลังที่ต้องพอดีเผื่อที่ให้เค้าออก ไม่ควรจอดห่างจากฟุตปาทหรือขอบทาง จอดให้มีระยะห่างจากฟุตปาท 25-30 เซนติเมตร หรือไม่ห่างมากจนยื่นออกไปเกะกะรถคันอื่นๆ อย่าลืมปลดเบรกมือใส่เกียร์ว่างเมื่อจอดขวางทางออกรถคันอื่น กระจกมองข้าง ถ้าพับได้ก็จะป้องกันการโดนรถคันอื่นที่ไม่ระวังมาเฉี่ยวชน อย่าลืม จอดขวางทางรถคันอื่น เป็นมารยาทที่ไม่ดี และไม่ควรกระทำ ถ้าจำเป็นจะต้องจอดแบบนั้น รถต้องปลดเกียร์ว่างให้สามารถเข็นได้นะครับ

ขับรถเกียร์ธรรมดา
วิธีขับรถเกียร์ธรรมดา กับเทคนิคการขับรถเกียร์กระปุกสำหรับมือใหม่

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

แนะนำวิธีขับรถเกียร์ธรรมดา หรือขับรถเกียร์กระปุก พร้อมเทคนิคการขับรถยนต์เกียร์ธรรมดาไม่ให้เครื่องกระตุก-ดับ สำหรับมือใหม่หัดขับหรือผู้ที่ขับรถเกียร์กระปุกไม่เป็น

ปัจจุบันการที่จะหัดขับรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะรถส่วนใหญ่จะใช้เกียร์ออโต้เป็นระบบส่งกำลัง ซึ่งมีวิธีการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เปลี่ยนต่ำแหน่งเกียร์เมื่อต้องการเดินหน้าหรือถอยหลัง เหยียบเบรกและคันเร่ง แต่ถ้าย้อนกลับไปสมัยก่อนระบบส่งกำลังในรถยนต์จะมีแค่เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์กระปุก ซึ่งมีขั้นตอนการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น ต้องเปลี่ยนเกียร์ 1 2 3 ด้วยตนเอง และต้องเหยียบคลัตช์ทุกครั้งเมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์ ใครที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนอาจจะงงหรือสับสนในวิธีการใช้งานได้

วันนี้เราได้รวบรวมเทคนิคและวิธีการขับรถเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์กระปุก สำหรับมือใหม่หัดขับ หรือผู้ที่ต้องการขับรถเกียร์ธรรมดาให้เป็น ว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง ไปติดตามกัน

เกียร์ คืออะไร

ขับรถเกียร์ธรรมดา

เกียร์ หรือระบบส่งกำลังของรถยนต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนได้ เกียร์รถยนต์จะทำหน้าที่ส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังเพลาและล้อรถยนต์ ช่วยเพิ่มหรือลดความเร็วและเปลี่ยนทิศทางของรถ เช่น เดินหน้า-ถอยหลัง

โดยจะมี 2 ประเภท ได้แก่ เกียร์ธรรมดา หรือเกียร์กระปุก เป็นระบบเกียร์ที่เก่าแก่และมีความทนทานมากที่สุด มีคลัตช์เป็นส่วนประกอบในการทำงานของเกียร์ ก่อนจะมีการพัฒนาเรื่อยมาจนมี เกียร์อัตโนมัติ หรือเกียร์ออโต้ ที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบายกว่า แต่ความทนทานอาจไม่เท่าเกียร์ธรรมดา นอกจากนี้หากแบ่งตามระบบการทำงานของเกียร์ยังมีอีก 3 แบบด้วยกัน ได้แก่

เกียร์ CVT หรือ Continuously Variable Transmission จะเป็นเกียร์อัตโนมัติชนิดที่ไม่มีเฟืองเกียร์ แต่จะประกอบด้วยลูกรอก 2 ชุด (Pulleys) กับสายพานในการปรับอัตราทดของเกียร์ ข้อดีคือ มีการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ไม่กระตุก

เกียร์กึ่งอัตโนมัติ เป็นรูปแบบเกียร์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา มีลักษณะกลไกคล้ายเกียร์ธรรมดา แต่จะมีระบบนิวเมติก (Pneumatic) และแอคทูเอเตอร์ (Actuator) หรือวาล์วหัวขับ มาช่วยในการเปลี่ยนเกียร์

เกียร์คลัตช์คู่ DCT ชุดคลัตช์ 2 ชุด ชุดหนึ่งควบคุมเกียร์เลขคี่ ในขณะที่อีกชุดควบคุมเกียร์เลขคู่ เพื่อที่จะรอเปลี่ยนเกียร์ต่อไปเพื่อความรวดเร็ว โดยเกียร์ทั้ง 2 รูปแบบนี้ โดยปกติแล้วจะมีทั้งโหมดอัตโนมัติหรือผู้ขับขี่เลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้แบบเกียร์ธรรมดาผ่านแพดเดิลชิฟต์ที่พวงมาลัย
ตำแหน่งควบคุมการทำงานของเกียร์ธรรมดา
บนหัวของเกียร์ธรรมดาจะมีตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับอยู่ โดยแบ่งออกเป็นแถวบนและแถวล่าง ส่วนใหญ่จะมี 5-6 เกียร์ ขึ้นอยู่กับรถรุ่นนั้น ๆ ได้แก่

  • เกียร์ 1 อยู่แถวบนทางด้านซ้าย
  • เกียร์ 2 อยู่แถวล่างทางด้านซ้าย
  • เกียร์ 3 อยู่แถวบนตรงกลาง
  • เกียร์ 4 อยู่แถวล่างตรงกลาง
  • เกียร์ 5 อยู่แถวบนทางด้านขวา
  • เกียร์ 6 อยู่แถวล่างทางด้านขวา
  • เกียร์ R หรือเกียร์ถอยหลัง จะอยู่แถวล่างทางด้านขวาสุด หรือในรถยนต์บางรุ่นอาจจะอยู่แถวบนซ้ายมือสุดก็ได้
  • เกียร์ว่าง อยู่ตำแหน่งตรงกลางระหว่างเกียร์ 3 และ 4

ในส่วนของแป้นควบคุมด้วยเท้า รถยนต์เกียร์ธรรมดาจะมีทั้งหมด 3 แป้นด้วยกัน ได้แก่

  • แป้นเหยียบทางด้านซ้าย คือตำแหน่งของ คลัตช์
  • แป้นเหยียบตรงกลาง คือตำแหน่งของ เบรก
  • แป้นเหยียบทางด้านขวา คือตำแหน่งของ คันเร่ง

วิธีขับรถเกียร์ธรรมดา

ขับรถเกียร์ธรรมดา

เกียร์ธรรมดา (Manual Transmission) หรือเกียร์กระปุก ระบบส่งกำลังในรถยนต์แบบดั้งเดิมที่ตัวผู้ขับขี่จะเป็นคนควบคุมการทำงานทั้งหมดตั้งแต่การเหยียบ-ปล่อยคลัตช์ เข้าเกียร์ และเปลี่ยนเกียร์ ใครที่ไม่เคยใช้งานอาจสับสนว่าจะเริ่มต้นใช้งานอย่างไร เหยียบคลัตช์เมื่อใด

ขั้นตอนที่ 1

เหมือนกับการขับรถยนต์ทั่วไป คือปรับเบาะตำแหน่งที่นั่งให้เหมาะสม ปรับกระจกข้าง กระจกมองหลัง และคาดเข็มขัดนิรภัย ตรวจสอบตำแหน่งของเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง เหยียบคลัตช์ (แป้นเหยียบซ้าย) จนสุด พร้อมกับบิดกุญแจสตาร์ตเครื่องยนต์

ขั้นตอนที่ 2

หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์แล้ว ถึงเวลาออกตัวเหยียบคลัตช์จนสุดเช่นเดิม เลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่เกียร์ 1 ค่อย ๆ ผ่อนแรงเท้าที่เหยียบคลัตช์ คอยฟังเสียงเครื่องยนต์ หรือให้สังเกตว่ารถเริ่มไหลไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ใช้เท้าขวาค่อย ๆ กดคันเร่ง พร้อมกับปล่อยคลัตช์จนสุด

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อขับรถมาสักพักจนเสียงเครื่องเริ่มตื้อ ตัน หรือเข็มวัดรอบเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 รอบ ให้ทำการเปลี่ยนเกียร์ โดยการผ่อนเท้าที่เหยียบคันเร่ง เหยียบคลัตช์ให้สุด และเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ไปที่เกียร์ 2 ค่อย ๆ ผ่อนเท้าจากแป้นคลัตช์จนสุด พร้อมกับเหยียบคันเร่งเช่นเดิม สำหรับเกียร์ 3 4 5 หรือ 6 ให้ทำแบบเดียวกัน

ขั้นตอนที่ 4

เมื่อต้องการชะลอ หยุด หรือจอดรถ ให้ปล่อยเท้าขวาออกจากแป้นคันเร่ง แล้วเหยียบแป้นเบรกโดยออกแรงให้เพียงพอที่จะทำให้รถช้าลง และเมื่อรถลดความเร็วให้เหยียบคลัตช์ ปรับลดเกียร์ลงกรณีที่ยังไม่จอด หรือถ้าต้องการจอดชะลอรถให้ช้าลงจนหยุดสนิทให้ปลดเกียร์ว่าง พร้อมทั้งดึงเบรกมือเพื่อป้องกันรถไหล

ข้อควรระวังในการขับรถเกียร์ธรรมดา

ขับรถเกียร์ธรรมดา

ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนเกียร์ต้องเหยียบคลัตช์ให้สุด
ควรใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วของรถ หรือรอบของเครื่องยนต์
เมื่อเหยียบคันเร่งไม่ควรเหยียบคลัตช์ค้างไว้ เพราะจะทำให้คลัตช์ไหม้ได้
ห้ามใช้เกียร์ว่างขณะขับรถลงทางลาดชัน เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีแรงหน่วงในการช่วยเบรก
หากต้องการใช้เกียร์ถอยหลัง ต้องเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถหยุดนิ่งสนิทแล้วเท่านั้น
เมื่อรถติดบนทางลาดชัน ควรใส่เกียร์ว่างพร้อมกับดึงเบรกมือ และก่อนออกตัวให้เหยียบคลัตช์ เบรก และเปลี่ยนเกียร์ จากนั้นปลดเบรกมือลงแล้วจึงเหยียบคันเร่ง
ทั้งนี้ วิธีการขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา ที่เรานำมาแนะนำเป็นวิธีการในทางทฤษฎีที่อาจจะมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะสักนิด ใครที่กำลังหัดขับรถเกียร์ธรรมดาก็ลองนำไปปรับใช้กันได้ หรือใครมีงบประมาณกำลังทรัพย์ก็สามารถไปเรียนกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพิ่มเติมได้

วิธีขับรถเกียร์ออโต้
5 วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ให้ได้ภายใน 1 วัน

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกๆ คน ต้องมีปัจจัยที่ 5 อย่าง รถยนต์ส่วนบุคคล ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจของคุณเอง หรือแม้กระทั่ง รถเช่ากรุงเทพ ที่คุณเช่าเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโต้ ที่อาจจะใช้งานได้ง่ายๆ สำหรับพวกมือใหม่ หรือ ผู้ใช้ยุคใหม่ ที่มีไว้ขับขี่ในเมือง หรือ จะเอาออกไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด อย่างไรเสีย ทาง รถเช่า BANANA rent-a-car จะมาแนะนำ 5 วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ให้คล่องๆ ภายใน 1 วัน ต้องทำอย่างไร มาดูกับเราได้เลย รับรองใช้ได้แน่นอน 100%

1. เรียนรู้หน้าตาเกียร์ เบื้องต้นเสียก่อน ในวิธีขับรถเกียร์ออโต้

อย่างแรกเลย ก็คือ ต้องเรียนรู้เรื่องตำแหน่งต่างๆ ของเกียร์ออโต้ และหน้าที่ของตรงส่วนนั้นก่อน เพื่อจะได้ทราบและเข้าใจในการใช้งาน โดยทั่วไปจะมีอยู่ 7 ตัวด้วยกัน ได้แก่ P, R, N กับ D ที่ยืนพื้นๆ และจะมีอีก 3 ตัว ที่จะมีอยู่ในรถรุ่นใหม่ๆ ตามแล้วแต่ละยี่ห้อรถ คือ 3, 2 และ L ที่ตรงส่วนหลังทั้งหมด มีเอาไว้ใช้งานยามที่ต้องวิ่งขึ้นลงเขาลดการใช้เบรก ถี่ๆ เพราะ ผ้าเบรคจะหมดได้เร็วยิ่งขึ้น หากใช้พร่ำเพรื่อ

อย่างไรก็ตาม เราก็ควรเรียนรู้อ็อปชันเอาไว้ด้วย เนื่องด้วยในรถยนต์แต่ละรุ่น ก็จะมีอ็อปชันเสริมพิเศษไว้ด้วย สำหรับเกียร์ออโต้ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม S ที่เป็นปุ่มเพิ่มความเร็ว ไว้แซง ซึ่งในยุคใหม่ๆ มักจะไม่ใช้กัน เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้ออกแบบให้มีรอบเครื่องที่เร็วขึ้นในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะ ตัวเกียร์ D ที่จะเพิ่มสปีดความเร็วให้เองอยู่แล้ว ราวลงเกียร์ 3-4 แบบเกียร์ธรรมดา ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลย

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

2. วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ง่ายๆ แบบฉบับ BANANA

การสตาร์ท ตำแหน่งเกียร์ควรอยู่ที่ P ใช้เท้าขวาเหยียบเบรคไว้ แล้วก็บิดกุญแจสตาร์ท
การขับเดินหน้า ขณะที่เท้ายังคงเหยียบเบรค ให้เลื่อนตำแหน่งเกียร์มาเป็นตำแหน่ง D หรือ D4 จากนั้นค่อยๆ ผ่อนเท้าออกจากเบรค ซึ่งตอนนี้รถจะแล่นไปได้เองอย่างช้าๆ แล้วเราจึงค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพื่อให้ได้ตามความเร็วที่เราต้องการ
การขับขึ้น-ลง ทางลาดชัน ผ่อนความเร็วรถแล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง L แล้วก็เหยียบคันเร่งไปตามความต้องการ
การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ L มาเป็น D ผ่อนความเร็ว แล้วเลื่อน มาที่ตำแหน่ง D แล้วขับไปตามปกติ
การจอดรถ ค่อยๆ ผ่อนความเร็วรถเมื่อรถจอดสนิทก็เลื่อนตำแหน่งมาที่ P ใส่เบรคมือ ดับเครื่อง
การจอดรถ ในลักษณะกีดขวางคันอื่น หรือการจอดแบบปลดเกียร์ว่าง เมื่อจอดปกติตามข้อ 3 แล้ว แต่ไม่ต้องดึงเบรคมือขึ้นก็กดปุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่า SHIFT LOCK แล้วเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่ N
การจอดกรณีติดไฟแดง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง N
การถอยหลัง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง R ค่อยๆ ผ่อนเบรคเพราะรถจะถอยได้เอง แต่ถ้าต้องการให้ถอยเร็วหรือกรณีถอยขึ้นที่สูงก็อาจเหยียบคันเร่งแบบค่อยๆ เหยียบ

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

3. ใช้เท้าขวาข้างเดียวพอแล้ว สำหรับวิธีขับรถเกียร์ออโต้

พยายาม เบรค หรือ เหยียบคันเร่ง ด้วยเท้าขวาเท่านั้น และเหยียบเบรคทุกครั้งก่อนสตารท์รถ เพื่อป้องกันอันตรายถึงแม้ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ตำแหน่ง (P) หรือ (N) ก็ตาม และเหยียบเบรคทุกครั้ง ที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ว่าง (N) หรือ เกียร์จอด (P) ไปเป็นเกียร์เดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) จำไว้ให้ขึ้นใจครับ รถหยุดนิ่ง เหยียบเบรคก่อนทุกครั้งก่อนขยับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ อีกทั้งให้คุณใช้แค่เพียงส่วนฝ่าเท้าขวาก็พอ จะได้แก้ปัญหาปวดเท้า ง่ายๆ คือ เอาส้นเท้าขวาปักไว้ เอาแรงลงไปที่ฝ่าเท้า

สำหรับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว หากไม่ใช่ไปงานราตรี หรือ ออกมางานใดๆ ก็เลี่ยงการใส่รองเท้าส้นแหลม หรือ ส้นสูงส้นตึก เพราะจะไม่สามารถเหยียบ เบรค หรือ คันเร่ง ได้เต็มที่ และถอดรองเท้าขับรถด้วยแล้ว ก็ขอให้เอารองเท้าไปวางที่อื่น ที่ไม่ใกล้ตรงส่วน คันเร่ง กับ เบรค เพราะอาจจะไปขัดตรงร่องหรือวิถีการใช้งานได้

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

4. ไม่ควรขับลากเกียร์

โดยทั่วไปการขับรถยนต์เกียร์ออโต้ ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ (D) ระบบสมองกลที่ควบคุมเกียร์จะทำการสั่งงานให้ปรับเปลี่ยนเกียรให้ขึ้นลงตาม ความเหมาะสมและความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลา บางท่านรู้มากใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์โดยการเลื่อนคันเกียร์ขึ้นลงเองใน ขณะที่รอบเครื่องทำงานสูงสุดเพียงเพื่อหวังผลทางด้านอัตราเร่งแต่จะมีผลทำ ให้ผ้าคลัทช์ และระบบทอกค์คอนเวอร์เตอร์เกิดการสึกหรอเสียหาย และทำให้มีอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง

5. เช็คน้ำมันเกียร์ออโต้ บ่อยๆ

น้ำมันเกียร์ออโต้ เป็นหัวใจของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถ ท่านให้ยาวนาน จึงควรเอาใจใส่ตรวจสอบบ่อยๆ การตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัด กำหนดหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่แนะนำ ไม่มีเกียร์ออโต้ใดๆ ไม่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งานของรถตามที่มีหลายๆ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์โฆษณาชวนเชื่อให้รถยนต์ของตนดูทนทานและแข็งแรงตามความเป็นจริงจากสภาพการจราจร อุณหภูมิ และสภาพการขับขี่เกียร์ออโต้ทุกยี่ห้อ ยังต้องการการดูแลแปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่ใช้

ป้ายแนะนำสอบใบขับขี่ 12
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.12

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายแนะนำ

ป้ายจราจรประเภทแนะนำ คือ ป้ายที่จะช่วยแนะนำการเดินทางให้คุณ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายแนะนำ
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ หรือภาพป้ายจราจร มีมากมายก็จริง แต่ไม่ยากเกินไปที่จะเรียนรู้ เพราะป้ายจราจรทั้งหมดนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบเห็นทั่วไปตามท้องถนน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้รถที่ดีควรรู้จักเคารพและปฏิบัติตามสัญลักษณ์นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของคุณ, ครอบครัว และส่วนรวม
อธิบายรูปป้ายจราจร 11
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.11

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายเตือน

เมื่อเห็นป้ายประเภทนี้ ให้ผู้ขับขี่พึงระวังไว้ เพราะอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า หรือเส้นทางที่อาจทำให้เกิอุบัติเหตุได้ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

51. สัญญาณจราจร
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีสัญญาณไฟจราจร ให้ขับรถให้ช้าลง และพร้อมที่จะปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร
อธิบายรูปป้ายจราจร
52. หยุดข้างหน้า
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีเครื่องหมายหยุดติดตั้งอยู่ ให้ผู้ขับรถเตรียมพร้อมที่จะหยุดรถได้ทันที เมื่อขับรถถึงป้ายหยุด
อธิบายรูปป้ายจราจร
53. ให้ทางข้างหน้า
หมายความว่า ทางข้างหน้มีป้ายให้ทางติดตั้งอยู่ให้ผู้ขับรถเตรียมความพร้อมที่จะให้ทางทันที เมื่อขับรถถึงป้ายให้ทาง ให้ขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง
อธิบายรูปป้ายจราจร
54. โรงเรียน ระวังเด็ก
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีโรงเรียนตั้งอยู่ข้างทาง ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอุบัติเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นแก่เด็กนักเรียน ถ้าเด็กนักเรียนกำลังเดินข้ามถนน ให้หยุดรถให้เด็กนักเรียนข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย ถ้าเป็นเวลาที่โรงเรียนกำลังสอน ให้งดใช้เสียงสัญญาณและห้ามให้เกิดเสียงรบกวนด้วยประการใด ๆ
อธิบายรูปป้ายจราจร
55. ระวังคนข้ามถนน
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางสำหรับคนข้ามถนน หรือมีหมู่บ้านราษฎรอยู่ข้างทาง ซึ่งมีคนเดินข้ามไปมาอยู่เสมอ ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร และระมัดระวังคนข้ามถนน ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดให้คนเดินข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย
อธิบายรูปป้ายจราจร
56. ระวังสัตว์
หมายความว่า ทางข้างหน้าอาจมีสัตว์ข้ามทาง ให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ
อธิบายรูปป้ายจราจร
57. ระวังเครื่องบินบินต่ำ
หมายความว่า ทางข้างหน้าเข้าใกล้สนามบินและอาจมีเครื่องบินบินลงในระดับต่ำ ให้ขับรถให้ช้าลง หากเห็นเครื่องบินกำลังขึ้นหรือลงผ่านทางข้างหน้า ให้หยุดรถให้เครื่องบินผ่านไปได้โดยปลอดภัย
อธิบายรูปป้ายจราจร
58. เขตห้ามแซง (ใช้ติดตั้งด้านขวาของทาง)
หมายความว่า ทางช่วงนั้นมีระยะมองเห็นจำกัด ผู้ขับรถไม่สามารถมองเห็นรถที่สวนมาในระยะที่จะแซงรถอื่น ๆ ได้
59. ระวังอันตราย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีอันตราย เช่น เกิดอุบัติเหตุ ทางทรุด เป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ
อธิบายรูปป้ายจราจร
60. สลับกันไป
หมายความว่า ทางข้างหน้าจำนวนช่องจราจรลดลงผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และให้ขับรถสลับกันไปด้านละคันอย่างระมัดระวัง
อธิบายรูปป้ายจราจร
61. เตือนแนวทางต่าง ๆ
หมายความว่า ทางตอนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางตามทิศทางที่ชี้ไป ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเดนิรถด้วยความระมัดระวัง
อธิบายรูปป้ายจราจร
แผ่นป้ายจราจร 10
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.10

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายเตือน

เมื่อเห็นป้ายประเภทนี้ ให้ผู้ขับขี่พึงระวังไว้ เพราะอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า หรือเส้นทางที่อาจทำให้เกิอุบัติเหตุได้ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

41. ระวังหินร่วง
หมายความว่า ทางข้างหน้าอาจจะมีหินร่วงลงมาในผิวทาง ทำให้กีดขวางการจราจร ให้ขับรถ ให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ
แผ่นป้ายจราจร
42. ให้เปลี่ยนช่องทางจราจร
หมายความว่า ให้เปลี่ยนช่องทางจราจร หรือเปลี่ยนทางเดินรถ ตามสัญลักษณ์ในป้าย ให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ
แผ่นป้ายจราจร
43. สะพานเปิดได้
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะต้องผ่านสะพานที่เปิดให้เรือลอด ให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังในการหยุดรถ เมื่อเจ้าหน้าที่จะปิดกั้นทางเพื่อเปิดสะพาน ให้เรือผ่าน เพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อรถข้างหน้า และรถข้างหลัง
แผ่นป้ายจราจร
44. ออกทางขนาน
หมายความว่า ทางหลักข้างหน้า จะมีช่องเปิดออกทางขนาน ผู้ขับรถบนทางหลักที่จะออกทางขนานให้เตรียมตัวเพื่ออกทางขนาน และสำหรับผู้ขับรถบนทางขนานให้ระมัดระวังรถที่จะมาร่วมในทิศทางเดียวกันด้วย
แผ่นป้ายจราจร
45. ทางเข้าทางหลัก
หมายความว่า ทางขนานข้างหน้าจะมีช่องเปิดเข้าทางหลัก ผู้ขับรถบนทางขนานที่จะเข้าทางหลักให้เตรียมตัวเพื่อเข้าทางหลัก และสำหรับผู้ขับรถบนทางหลักให้ระมัดระวังรถที่จะมาร่วมในทิศทางเดียวกันด้วย
แผ่นป้ายจราจร
46. ทางคู่ข้างหน้า
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะเป็นทางคู่มีเกาะ หรือสิ่งอื่นใด แบ่งการจราจรออกเป็นสองทางไปทางหนึ่ง มาทางหนึ่งให้ขับรถชิดไปทางด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
แผ่นป้ายจราจร
47. สิ้นสุดทางคู่
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางร่วมที่ไม่มีเกาะ หรือสิ่งอื่นใดแบ่งการจราจร ให้ขับรถให้ช้าลง และชิดด้านซ้ายของทางและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น
แผ่นป้ายจราจร
48. ทางร่วม
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะมีรถเข้ามรร่วมในทิศทางเดียวกัน จากทางซ้ายหรือทางขวา ตามลักษณะสัญลักษณ์ในป้าย ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง
แผ่นป้ายจราจร
49. จุดกลับรถ
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะมีที่กลับรถ
แผ่นป้ายจราจร
50. ทางเดินรถสองทาง
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางเดินรถสองทาง ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายกับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนทางมา
แผ่นป้ายจราจร
สอบใบขับขี่รถยนต์ 9
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.9

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายเตือน

เมื่อเห็นป้ายประเภทนี้ ให้ผู้ขับขี่พึงระวังไว้ เพราะอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า หรือเส้นทางที่อาจทำให้เกิอุบัติเหตุได้ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

31. ทางข้ามทางรถไฟ มีเครื่องกั้นทาง
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและมีรั้วหรือมีเครื่องกีดขวางกั้นทาง ก่อนที่จะขับรถผ่านป้ายนี้ ให้ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะหยุดรถได้เมื่อมีสัญญาณของเจ้าหน้าที่ดังขึ้น หรือ เจ้าหน้าที่ได้กั้นทาง หรือมีเครื่องกั้นทางปิดกั้น ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรถอยู่ก่อนก็ให้หยุดรถถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อเปิดเครื่องกั้นทางแล้ว ให้รถที่หยุดรอเคลื่อนตามกันไปได้
สอบใบขับขี่รถยนต์
32. ทางแคบ
หมายความว่า ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านมีขนาดตามตัวเลขเป็น “เมตร”ที่แสดงไว้ที่ป้ายนั้น รถที่มีขนาดกว้างไม่เกินจำนวนตัวเลขที่บอกไว้ในป้ายให้ผ่านเข้าไปได้ แต่ให้ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีป้ายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้น ๆ ด้วย
33. ทางลอดต่ำ
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะต้องลอดช่องลอดต่ำ มีขนาดตามตัวเลขเป็น “เมตร” ที่แสดงไว้ป้ายนั้น รถที่มีความสูงรวมทั้งสิ่งของที่บรรทุกสูงไม่เกินจำนวนตัวเลข ที่บอกไว้ในป้ายให้ผ่านเข้าไปได้ แต่ให้ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีป้ายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้น ๆ ด้วย
34. ทางลงลาดชัน
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันลงเขา หรือลงเนิน มีความลาดชันตามตัวเลขเป็น “ร้อยละ” ตามที่ปรากฏในป้าย ให้ขับรถช้าลงและเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก และผู้ขับรถไม่ควรปลอดเกียร์ หรือดับเครื่องยนต์เป็นอันขาด ในกรณีที่เป็นทางลงเขาหรือเป็นที่ชันมากให้ใช้เกียร์ต่ำ เพื่อความปลอดภัย
35. ทางขึ้นลาดชัน
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันขึ้นเขาหรือขึ้นเนินสันเขาหรือสันเนินมีความลาดชันตามตัวเลขเป็น “ร้อยละ” ตามที่ปรากฏในป้าย อาจกำบังสายตา ไม่ให้มองเห็นรถที่สวนมาให้ขับรถ ให้ช้าลง และเดินรถให้ใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก กับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนทางมา
36. รถกระโดด
หมายความว่า ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับอย่างกระทันหัน เช่น บริเวณคอสะพาน ทางข้ามท่อระบายน้ำ และคันชะลอความเร็วเป็นต้น ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง
37. ผิวทางขรุขระ
หมายความว่า ทางข้างหน้าขรุขระมากมีหลุม มีบ่อ หรือเป็นสันติดต่อกัน ให้ขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สอบใบขับขี่รถยนต์
38. ทางลื่น
หมายความว่า ทางข้างหน้าลื่นเมื่อผิวทางเปียกอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังการลื่นไถล อย่าให้ห้ามล้อโดยแรงและทันที การหยุดรถ การเบารถ หรือเลี้ยวรถในทางลื่นต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
39. ทางเป็นแอ่ง
หมายความว่า ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับลงกระทันหัน หรือแอ่ง ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง
สอบใบขับขี่รถยนต์
40. ผิวทางร่วน
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีวัสดุผิวทางหลุดกระเด็น เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูง ให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากวัสดุผิวทาง
สอบใบขับขี่รถยนต์
สัญลักษณ์ทางจราจร 8
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.8

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายเตือน

เมื่อเห็นป้ายประเภทนี้ ให้ผู้ขับขี่พึงระวังไว้ เพราะอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า หรือเส้นทางที่อาจทำให้เกิอุบัติเหตุได้ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

21. ทางโทแยกทางเอกทางขวา รูปตัววาย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกจากทางเอกไปทางขวารุปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
สัญลักษณ์ทางจราจร
22. ทางแคบลงทั้งสองด้าน
หมายความว่า ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่านทั้งสองด้าน ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ขณะที่รถผ่านทางแคบ ผู้ขับรถจะต้องระวังมิให้รถชนหรือเสียดสีกัน
สัญลักษณ์ทางจราจร
23. วงเวียนข้างหน้า
หมายความว่า ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยกมีวงเวียน ให้ขับรถให้ช้าลงและขับรถเข้าสู่วงเวียนด้วยความระมัดระวัง ห้ามมิเลี้ยวรถไปทางขวา หรือห้ามกลับ
24. ทางแคบด้านซ้าย
หมายความว่า ทางข้างหน้าด้านซ้ายแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น
สัญลักษณ์ทางจราจร
25. ทางแคบด้านขวา
หมายความว่า ทางข้างหน้าด้านขวาแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น
26. ช่องจราจรปิดด้านซ้าย
หมายความว่า ช่องทางจราจรข้างหน้าจะปิดงดการสัญจรในทางด้านซ้าย ให้ผู้ขับรถเปลี่ยนใช้ช่องทางที่เหลืออยู่ด้วยความระมัดระวัง
สัญลักษณ์ทางจราจร
27.ช่องจราจรปิดด้านขวา
หมายความว่า ช่องทางจราจรข้างหน้าจะปิดงดการสัญจรในทางด้านขวา ให้ผู้ขับรถเปลี่ยนใช้ช่องทางที่เหลืออยู่ด้วยความระมัดระวัง
สัญลักษณ์ทางจราจร
28. สะพานแคบ
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีสะพานแคบ รถเดินหลีกกันไม่ได้ ให้ขับรถให้ช้าลง และระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนมาอีกฟากหนึ่งของสะพาน ถ้ามีป้ายอื่นติดตั้งอยู่ให้ปฏิบัติตามป้ายนั้น ๆ ด้วย
29. ทางข้ามทางรถไฟ ไม่มีเครื่องกั้นทาง
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่าน และไม่มีเครื่องกั้นทางให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และสังเกตดูรถไฟทั้งทางขวาและทางซ้าย ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่านมาให้หยุดรถ ให้ห่างจากรถไฟ อย่างน้อย 5 เมตร แล้วรอคอย จนกว่ารถไฟนั้นผ่านพ้นไป และปลอดภัยแล้วจึงเคลื่อนรถต่อไปได้ ห้ามให้ขับรถตัดหน้ารถไฟในระยะที่อาจเกิดอันตรายได้เป็นอันขาด
สัญลักษณ์ทางจราจร
30. ทางข้ามทางรถไฟ มีเครื่องกั้นทาง
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่านและมีรั้วหรือมีเครื่องกีดขวางกั้นทาง ก่อนที่จะขับรถผ่านป้ายนี้ ให้ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะหยุดรถได้เมื่อมีสัญญาณของเจ้าหน้าที่ดังขึ้น หรือ เจ้าหน้าที่ได้กั้นทาง หรือมีเครื่องกั้นทางปิดกั้น ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรถอยู่ก่อนก็ให้หยุดรถถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อเปิดเครื่องกั้นทางแล้ว ให้รถที่หยุดรอเคลื่อนตามกันไปได้
สัญลักษณ์ทางจราจร
เครื่องหมายจราจร 7
ป้ายจราจร สอบใบขับขี่ สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่ Ex.7

โรงเรียนสอนขับรถนัมเบอร์วัน ไดร์ฟ NUMBER ONE DRIVE SCHOOL สถานที่ตั้งเลขที่ 228 หมู์ที่ 8 ตําบลหนองหญ้าลาด อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110
โทรศัพท์ : 065 598 3693

ป้ายจราจร สัญลักษณ์จราจร เครื่องหมายจราจร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนต้องรู้ เพราะหากไม่ทราบความหมายและไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของคุณเองและส่วนรวมได้ ในการสอบใบขับขี่จึงมีข้อสอบเกี่ยวกับสัญลักษณ์ดังกล่าวอยู่ในด่านแรก ก่อนสอบปฏิบัตินั่นเอง บทความนี้จะช่วยคุณเตรียมข้อสอบเครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถยนต์ เครื่องหมายจราจร สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สัญลักษณ์จราจร สอบใบขับขี่

ความหมายของป้ายจราจร

ป้ายจราจร และเครื่องหมายจราจร หมายถึง แผ่นป้ายที่ใช้แสดงสัญลักษณ์ทางจราจร เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรม, เตือนให้ระวัง หรือให้คำแนะนำในการเดินทางกับผู้ขับขี่ แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ ป้ายจราจรประเภทบังคับ, ป้ายจราจรประเภทเตือน และป้ายจราจรประเภทแนะนำ

ป้ายจราจร มีกี่ประเภท

ป้ายบังคับ : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีแดง คือป้ายบังคับว่าต้องปฏิบัติตามเท่านั้น
ป้ายเตือน : ลักษณะเป็นพื้นสีขาว ขอบสีดำ คือป้ายเตือนให้ระวังทางข้างหน้า
ป้ายแนะนำ : คือป้ายแนะนำในการขับขี่และการเดินทาง อาทิ ป้ายบอกความเร็ว, ป้ายบอกระยะทาง ฯลฯ

ป้ายเตือน

เมื่อเห็นป้ายประเภทนี้ ให้ผู้ขับขี่พึงระวังไว้ เพราะอาจมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า หรือเส้นทางที่อาจทำให้เกิอุบัติเหตุได้ โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ 

11. ทางเอกตัดกัน
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางแยกตามลักษณะสัญลักษณ์ ซึ่งอาจแสดงลักษณะสัญลักษณ์ทางเอกใหญ่กว่าทางโท ให้ขับรถให้ช้าลง และเดินรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร
12. ทางเอกตัดกัน รูปตัววาย
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางแยกรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร
13. ทางเอกตัดกัน รูปตัวที
หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางแยกรูปตัวที ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร
14. ทางโทแยกทางเอก ทางขวา
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
15. ทางโทแยกทางเอก ทางซ้าย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
16. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มขวา
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางขวา และหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
17. ทางโทแยกทางเอกเยื้องกัน เริ่มซ้าย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกไปทางซ้าย และหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
18. ทางโทเชื่อมทางเอกจากขวา
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร
19. ทางโทเชื่อมทางเอกจากซ้าย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามาเชื่อมด้านซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร
20. ทางโทแยกทางเอกทางซ้าย รูปตัววาย
หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยกจากทางเอกไปทางซ้ายรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
เครื่องหมายจราจร