Search for:
เส้นก้างปลา คืออะไร วิ่งทับมีความผิดอย่างไรบ้าง? ต่อทะเบียน นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ
หนึ่งในเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางประเภทบังคับ

เส้นก้างปลา คืออะไร วิ่งทับมีความผิดอย่างไรบ้าง? ต่อทะเบียน นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ

เส้นก้างปลา เป็นหนึ่งในเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางประเภทบังคับ หรือตามกฎหมายเรียกว่า “เขตปลอดภัย” หรือ “เกาะสี” มีลักษณะเป็นแถบหรือเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง ตีทแยงกับแนวทิศทางการจราจร หรือเป็นลักษณะก้างปลา ล้อมรอบด้วยเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง อาจตีไว้กลางถนน หรือริมด้านใดด้านหนึ่งของถนน หมายความว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดขับรถล้ำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว” หากเปรียบง่ายๆ ก็คือ “เขตปลอดภัย” ก็คือเกาะกลางถนนหรือฟุตบาท ที่ไม่สามารถขับรถล้ำเข้าไปได้นั่นเอง ถ้าพูดถึงการต่อทะเบียนรถยนต์ ต้องที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ

"เส้นก้างปลา" แตกต่างกับ "เขตห้ามหยุด" อย่างไร? ต่อทะเบียนรถยนต์ราคาถูก นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ

“เส้นกลางปลา” มีความแตกต่างจาก “เขตห้ามหยุด” ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นทึบสีเหลือง ลากทแยงมุมตัดกัน 45 องศา ซึ่งสามารถขับผ่านไปได้ แต่ไม่สามารถหยุดทับเส้นได้ เนื่องจากจะก่อให้เกิดการกีดขวางจราจรนั่นเอง

เส้นทแยงเหลือง มีไว้เพื่อแบ่งทิศทางการจราจรเเละจัดช่องการเดินรถโดยมีหน้าที่ 4 ประการได้แก่

1. ควบคุมทิศทางจราจรสำหรับเลี้ยว
2. ป้องกันการชนเกาะกลาง หรืออุปสรรคในการเดินรถ
3. แยกการจราจรที่สวนกัน หรือแยกการจราจรที่วิ่งทิศทางเดียวกัน
4. ให้เป็นที่พักสำหรับคนเดินข้าม

 หากผู้ใดฝ่าฝืนเส้นจราจรดังกล่าว จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง มีอัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท

ต่อทะเบียน นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ

สรุปว่า เขตห้ามหยุด หรือ เส้นก้างปลาสีเหลืองบนถนนเป็นพื้นที่ๆ รถไม่ควรวิ่งทับหรือห้ามรถยนต์ล้ำเข้าไปไม่ว่าจะเป็นเส้นสีเหลืองหรือสีขาว และในการขับขี่บนท้องนอกจากจะต้องตรวจสอบความพร้อมของรถอยู่ตลอดเวลาแล้ว เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเอง และทุกคนบนท้องถนน ต่อทะเบียนรถใช้อะไรบ้าง

สอนขับรถยนต์ เดินหน้าและถอยหลังในซองตรง ต่อใบขับขี่2565ที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ
สอนขับรถยนต์ เดินหน้าและถอยหลังในซองตรง ต่อใบขับขี่2565ที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ

สอนขับรถยนต์ พร้อมสอบใบขับขี่ เทคนิคดีๆ ต้องที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ ต่อใบขับขี่2565

เรียนกับ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ จบแล้วสามารถขับรถเดินหน้าและถอยหลังรถในลักษณะทางตรงได้โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางด้านข้างรถและด้านหลังได้อย่างปลอดภัย

ในบทเรียนผู้เรียนต้องแสดงความสามารถในการขับรถในการเดินหน้าและถอยหลังกลับในลักษณะทางตรงที่ลักษณะมีสิ่งกีดขวางได้อย่างปลอดภัย และทำการฝึกลักษณะดังกล่าว ซ้ำ ๆ ได้ เพื่อนำทักษะการฝึกในบทเรียนนี้ไปใช้กับการฝึกในบทเรียนต่อไปได้

การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในซองตรง ปฏิบัติดังนี้

1.ขณะเดินหน้าเข้าไปในซองให้ตรวจสอบระยะด้านข้างรถกับแนวเสาโดยให้ตัวรถอยู่ระหว่างช่องตรง
กลาง ต่อใบขับขี่ออนไลน์ที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ
2. หยุดรถด้านหน้าให้อยู่ในระยะที่กำหนด และขณะถอยหลังให้หยุดตัวรถในระยะที่กำหนด
3. ก่อนทำการถอยหลังให้ตรวจสอบความปลอดภัยด้านหลัง ด้านซ้ายและขวา ของรถด้วยกระจกส่อง
หลังและการมองอ้อมไหล่
4. ขณะทำการถอยรถให้เคลื่อนรถช้า ๆ และตรวจสอบระยะด้านซ้ายขวาและให้มองไปด้านหลังใน
ระยะไกล ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
5. การจับพวงมาลัยควรจับอยู่ในตำแหน่ง 2 และ 10 ตามเข็มนาฬิกาและมีการหมุนตรงกันข้ามกับด้านที่
เห็นว่าด้านหลังอาจชน โดยมีการหมุนพวงมาลัยไม่ควรเกิน 1 ใน 4 ของรอบ
6. เมื่อทำการหมุนพวงมาลัยแก้ไขแล้วให้กลับไปมองด้านข้างอีกด้านหนึ่งทันทีและตรวจสอบระยะซ้าย
และขวาตลอดเวลาเมื่อรถหยุด

ผู้เรียนต้องทำความเข้าใจในฝึกเพื่อให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้องดังนี้

  • ความสัมพันธ์ในการใช้คลัทช์และเบรกขณะเคลื่อนรถ
  • ควรเน้นเรื่องการจับพวงมาลัย และการหมุนพวงมาลัยเพื่อการแก้ไขลักษณะรถ
  • ตรวจสอบความปลอดภัยทั้งด้านข้างและด้านหลัง
  • หยุดในระยะที่กำหนดขณะถอยหลัง ต่อใบขับขี่2565ที่ นัมเบอร์วันไดร์ฟ ศรีสะเกษ 
10 เรื่องที่เข้าใจผิดของคนใช้รถ ต่อ ใบขับขี่ 2565 ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ
10 เรื่องที่เข้าใจผิดของคนใช้รถ

10 เรื่องที่เข้าใจผิดของคนใช้รถ ต่อ ใบขับขี่ 2565 ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ

  1. (❌) สตาร์ทแล้วออกรถได้เลยไม่ต้องอุ่นเครื่อง

           (✔️) อุ่นเครื่องยนต์สักหน่อยก่อนออกรถจะดีกว่า

เมื่อเครื่องยนต์ทำงานขณะที่ยังเย็นอยู่ เช่น ขณะออกรถจากบ้านไปทำงานตอนเช้า หรือติดเครื่องยนต์ เมื่องานเลิกเพื่อกลับบ้านไอของเชื้อเพลิงที่เข้มข้นจะเกาะผนังกระบอกสูบ และละลายปนกับฟิล์มน้ำ มันเครื่องที่ฉาบผนังอยู่ทำให้การหล่อลื่นแหวนลูกสูบกับผนังกระบอกสูบไม่เพียง พอ สร้างความสึกหรอกในเครื่องยนต์มากกว่าปกติ นอกจากนี้ทั้งเชื้อเพลิงที่ระเหยไม่หมดและไอน้ำที่เกิดจากการเผาไหม้ขณะเครื่อง ยังเย็นนี้ ยังละลายปนอยู่ในน้ำมันเครื่อง ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย ต่อ ใบขับขี่ 2565 ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ

2.  (❌) รถใหม่สมัยนี้ ไม่ต้อง รันอิน

     (✔️) รถใหม่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ต้องรันอิน

รถรุ่นใหม่ๆ แม้จะมีการควบคุมคุณภาพอย่างดีแล้วก็ตามแต่เครื่องยนต์ใหม่ควรต้อง ผ่านการรันอิน และ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสักครั้งก่อนที่จะใช้งานอย่างเต็มที่ เพราะเศษโลหะที่ตกค้างอยู่ในระบบจะได้ถูกชะล้างออกไป

การรันอินนั้นทำได้ไม่ยาก โดยในช่วง 1,000 กม. แรก ไม่เร่งเครื่องยนต์อย่างรุนแรง หรือใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงมาก ๆ ถ้าใช้รอบเครื่องไม่เกิน 3,000 รตน.(รอบต่อนาที) ได้ก็จะดีและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด พูดถึงเรื่องนี้เคยมีผู้ใช้รถบางคนไม่นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็ค โดยให้เหตุผลว่า เสียเวลา เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทำที่ไหนก็ได้อย่างนี้ น่าเสียดาย แทนจริง ๆเพราะถ้าเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์จะเรียกร้องเอากับใคร

3. (❌) ยกขาก้านปัดน้ำฝนขณะจอดรถช่วยยืดอายุใบปัด

    (✔️) สปริงในก้านที่ปัดน้ำฝนจะอ่อน และเสียเร็วขึ้น

     ส่วนสำคัญที่ทำให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพประกอบด้วยใบปัด แผ่นยางซึ่งทำหน้าที่รีดน้ำจากกระจกบังลมหน้า ปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี หากใช้นานกว่านั้นเนื้อยางจะแข็งตัวหรือมีการฉีกขาด ไม่ว่าจะยกไว้หรือไม่ก็ตาม

     อีกส่วนคือ ก้านใบปัด ที่มีสปริงคอยดึงให้ใบปัดแนบสนิทกับกระจก ซึ่งรับแรงจากคันโยก และมอเตอร์ ตัวนี้มีราคาสูงกว่าใบปัด การยกก้านเมื่อจอดตากแดด สปริงจะถูกดึงให้ยืดออกตลอดเวลาอายุการใช้งานสั้นลง ทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่าถ้าต้องเปลี่ยนทั้งชุด

4. (❌) รถติดไฟแดงคาเกียร์ D ไว้ดีกว่าเปลี่ยนเกียร์ว่าง

    (✔️) หยุดรถก็โอเค แต่ถ้าติดไฟแดงนานก็ต้องระวังชนคันหน้า

     ในกรณีรถติดไฟแดง ผู้ขับรถที่ใช้เกียร์ธรรมดาจะปลดเกียร์ว่างและเหยียบเบรค ป้องกันรถไหล คงจะไม่มีใครเหยียบคลัทช์ และเบรค ใส่เกียร์คาไว้ให้เมื่อยขา ขณะที่ผู้ขับรถเกียร์อัตโนมัติ กลับมาพฤติกรรมที่แตกต่างกัน กลุ่มแรก เหยียบเบรคโดยคาเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง D กลุ่มที่ 2 เบรคเหมือนกัน แต่เลื่อนตำแหน่งคันเกียร์มาที่เกียร์ว่าง N กลุ่มสุดท้าย ดัดคันเกียร์มาอยู่ที่ P ไม่เหยียบเบรค

     ถ้าติดไฟแดงนาน ๆ กลุ่มแรก ต้องระวังมากที่สุดเพราะถ้าขยับตัวแล้วเท้าหลุดจากแป้นเบรค รถอาจพุ่งไปชนคันหน้า กลุ่มที่ 2 เบาหน่อยแค่เมื่อย ส่วนกลุ่มสุดท้ายสบายใจได้แต่อาจจะไม่สะดวกกับการใช้งาน วิธีดีที่สุด คือ เกียร์ว่าง และดึงเบรคมือ

5. (❌) ฝนตกขับ 4 ล้อเกาะกว่า 2 ล้อ

    (✔️) อย่าใช้ระบบขับเคลื่อนผิดประเภท จะได้ไม่ต้องเสียใจ

     ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นอาจจะช่วยให้รถเกาะถนนมากกว่าระบบขับเคลื่อน 2 ล้อแต่ สำหรับรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์หรือ ตามต้องการ ในรถพิคอัพหรือพีพีวีที่มีชุดส่งกำลังแยกเพื่อส่ง กำลังไปยังล้อหน้า กำลังจากล้อหลังจะถูกแบ่งมายังล้อหน้า อาการท้ายปัดหรือล้อหลังฟรีก็จะน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกาะถนนดี เมื่อต้องเลี้ยวในความเร็วสูง ล้อหน้าที่ถูกล็อคให้หมุนจะเลี้ยวได้น้อยลง ทำให้ต้องใช้วงเลี้ยวที่กว้างขึ้นจึงมีรถประเภทนี้หลุดโค้งให้เห็นกันเป็นประจำ

     ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์มีไว้เพื่อช่วยให้รถสามารถผ่านทางทุรกันดารได้ ง่ายขึ้น ต่างกับพวกที่เป็นฟูลล์ไทม์หรือ ตลอดเวลา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการยึดเกาะถนน ต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ

6. (❌) เดินทางไกลลมยางอ่อนดี

    (✔️) ลมน้อย ยางมีโอกาสระเบิด

     คู่มือการใช้และดูแลรักษายางรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหนก็แนะนำตรงกันว่าผู้ใช้รถควรเติมลมยางตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดไว้ และให้เพิ่มแรงดันลมยางให้สูงขึ้นอีก 2-3 ปอนด์ เมื่อต้องเดินทางไกล

     ลมยางที่อ่อนกว่ามาตรฐานกำหนด นอกจากจะทำให้ยางด้านนอกสึกมากกว่าด้านในแล้วยังอาจส่งผลเสียกับโครงสร้างยางได้ มีโอกาสเกิด ยางระเบิดมากกว่าหรือใกล้เคียงกับยางที่มีแรงดันลมยางเกินกำหนด เพราะอุณหภูมิความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีของหน้ายางและฉีกขาดได้ง่าย

7. (❌) ตั้งศูนย์ล้อหน้าอย่างเดียวก็พอ

    (✔️) ทุกล้อมีความสำคัญ ตั้งศูนย์ล้อควรทำทั้ง 4 ล้อ

    เชื่อหรือไม่ว่า ศูนย์ล้อหลังมีความสำคัญพอ ๆ กับศูนย์ล้อหน้า หรืออาจจะมากกว่า เพราะมุมที่ล้อหลังเอียงไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้รถเสียสมดุลเมื่อเบรคหรือเลี้ยวและทำให้รถเลี้ยวไปมากกว่าที่คิด

     รถยนต์ส่วนใหญ่จะปรับตั้งศูนย์ล้อได้หน้า/หลัง ยกเว้นรถขับเคลื่อนหน้าบางรุ่นที่ปรับได้แต่เฉพาะล้อหน้าเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตั้งศูนย์ล้อหลัง ก็ต้องทำใจ

8. (❌) เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินข้ามแยก

    (✔️) เวลาข้ามแยก รอให้รถว่าง และไม่เปิดไฟฉุกเฉิน

     ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉิน รถทั้งด้านซ้าย/ขวา ต่างก็จะเห็นสัญญาณไฟเลี้ยวเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น รถทางขวาอาจจะจอดให้ไป แต่สำหรับทางซ้ายอาจคิดว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายจึงไม่หยุดให้อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจผิด จากการใช้สัญญาณไฟแบบผิดที่ผิดทาง

9. (❌) ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัดต้องเปิดไฟฉุกเฉิน

    (✔️) อาจสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทาง ไฟฉุกเฉินใช้เวลาจอดฉุกเฉิน

     ในสภาพอากาศที่ไม่ดี และทัศนวิสัยแย่มาก จนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้าการชะลอความเร็ว เปิดไฟหน้าและทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ควรทำ

     แต่การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉิน ทำให้รถที่วิ่งสวนทางมาเข้าใจผิดคิดว่ามีรถจอดเสียอยู่ทางซ้ายริมถนน และหักหลบไปทางขวา ซึ่งเป็นไหล่ทาง กว่าจะเห็นอาจจะสายเกินไปไม่ลงไปข้างทางก็อาจพุ่งข้ามช่องทางมาชน หรือถ้าหยุดรถก็ขวางทาง และเกิดอุบัติเหตุ

     การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไฟผ่าหมาก ควรใช้เฉพาะเวลาที่รถเสียและต้องจอดอยู่ริมถนน เพื่อบอกให้เพื่อนร่วมทางที่สัญจรผ่านไปมา ใช้ความระมัดระวัง e-learning

10. (❌) ผ้าเบรคแข็ง หรือ ผ้าเบรคเนื้อแข็ง ไม่ดี

    (✔️) ไม่แน่เสมอไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ

     ความเข้าใจผิด ๆ เรื่อง ผ้าเบรค ที่ว่าผ้าเบรคอ่อนดีกว่าแข็งเกิดจากบรรดาช่างซ่อมรถที่ไม่ได้อธิบายให้เจ้าของรถเข้าใจ

     การผสมเนื้อผ้าเบรคให้ใช้งานได้ดี เป็นศาสตร์ชั้นสูง ใช้วัสดุนานาชนิดและมีส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติของผ้าเบรค และมักจะขัดแย้งกันเองถ้าเน้นข้อดีข้อใดขึ้นมาก็มักจะมีข้ออื่นด้อยลงไป เช่น การใช้ส่วนผสมที่เบรคหยุดดี ก็จะกินเนื้อจานเบรคมาก หรือร้อนจัด หรือไม่เนื้อผ้าเบรคก็สึกเร็ว พอทำให้สึกช้า ก็แข็ง เบรคไม่ค่อยอยู่ หรือมีเสียงรบกวน ส่วนผ้าเบรคเนื้ออ่อนที่มีจุดเด่นเรื่องไม่กัดกินเนื้อจานเบรค

ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถยนต์ และการใช้สัญญาณต่าง ๆ
NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ

ต่อใบขับขี่ เรียนขับรถยนต์ และการใช้สัญญาณต่าง ๆ

บทความนี้ ผู้เรียนขับรถยนต์จะเรียนรู้เกี่ยวกับการให้สัญญาณไฟหรือสัญญาณเสียงได้ ตามกฎจราจร อย่างถูกต้อง โดย NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ

การฝึกใช้สัญญาณต่าง ๆ ผู้เรียขับรถจะต้องฝึกตามแนวทางต่อไปนี้ ต่อ ใบขับขี่ ออนไลน์

1. ฝึกฝนในการใช้สัญญาณขณะที่รถกำลังหยุด
2. ใช้สัญญาณอย่างน้อยที่สุด 3 วินาที ก่อนที่จะเลี้ยว หรือหยุดรถ สัญญาณแขนก็ต้องให้ก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วินาที
3. การให้สัญญาณเพื่อความเร็วให้ใช้ร่วมกับการย้ำเบรกเพื่อให้แสงไฟท้ายปรากฎแก่รถคันอื่นก่อนที่
จะมีการเบรกจริง และต้องให้ความระมัดระวังแก่ผู้ใช้ทางเท้าหรือคนเดินข้ามถนน
4. ให้สัญญาณแขน ในกรณีที่สัญญาณไฟไม่สามารถแสดงได้หรือมีอุปกรณ์บดบังสัญญาณไฟทำให้ไม่
อาจมองเห็นได้ เช่น เวลาลากจูง หรือในเวลาที่มีแสงสว่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน
5. ดูปฏิกิริยาของรถคันอื่นต่อการให้สัญญาณก่อนที่จะมีการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ขอสัญญาณนั้น
6. สัญญาณใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ๆ เพื่อที่จะแสดงความตั้งใจหรือวัตถุประสงค์ของผู้ขับรถในขณะขับรถ ต่อใบขับขี่ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ
7. แตร การใช้แตรขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การใช้แตรไม่ใช่เป็นหลักประกันว่าจะมีความปลอดภัยใน
การขับรถเสมอไป
8. การกระพริบไฟหน้าใช้ในกรณีที่การใช้แตรอาจจะไม่ได้ยิน

การให้สัญญาณอย่างถูกต้อง ชัดเจนเป็นลักษณะที่ดีของผู้ขับรถ สัญญาณที่ถูกต้อง ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทั้งเงื่อนไขของสัญญาณมือและสัญญาณไฟ การให้สัญญาณต้องแสดงให้ปรากฎต่อผู้ขับขี่อื่น ๆ ต่อ ใบขับขี่ 2565 ที่ NumberOne Drive School โรงเรียนสอนขับรถ